วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2555

หลักในการตัดสินใจเลือกทำอาชีพเสริม


หลักในการตัดสินใจเลือกบริษัทที่จะอาชีพเสริม 

หลักในการตัดสินใจเลือกธุรกิจ อาชีพเสริม ของ ปีเตอร์ เอฟ. ดรัคเกอร์ (Peter Drucker) ปรมาจารย์ด้านการบริหาร ปัจจุบันนี้มีธุรกิจอาชีพเสริมหรือที่เราเรียกว่า"ธุรกิจเครือข่าย"เกิดขึ้นมากมายแต่ละบริษัทก็มีแผนการตลาดดีๆแทบทั้งนั้น บริษัทนี้ก็ดีบริษัทนั้นก็โดนแล้วเราควรจะเลือกอย่างไรถึงจะได้บริษัทที่ดีที่สุดแล้วเหมาะกับเราที่สุดและทำให้เราประสบความสำเร็จจาการทำธุรกิจเครือข่ายเรามาดูหลักการที่ ปีเตอร์ เอฟ. ดรัคเกอร์ ตั้งไว้มี 7 ข้อด้วยกัน...
1.บริษัท
บริษัทที่ดีที่เราควรเลือกทำธุรกิจเครือข่ายด้วยควรเปิดมาอย่างน้อย 5 ปี เพราะบริษัทที่เปิดมาเกิน 5 ปีแสดงถึงความมั่นคงแต่ถ้าใครเลือกทำธุรกิจเครือข่ายกับบริษัทที่พึ่งเปิดใหม่เราก็ไม่รู้ว่าบริษัทจะปิดหนีเมื่อไหร่นั่นแสดงถึงความไม่มั่นคงของบริษัทนั้นๆ
2.ผลิตภัณฑ์
ผลิตภัณฑ์ต้องดีมีคุณภาพลูกค้าทานเข้าไปแล้วต้องไม่รู้สึกเฉยๆและต้องได้มาตฐานสะอาด
3.แผนรายได้
แผนรายได้นั้นต้องไม่ยุ่งยากซับซ้อนไม่ต้องมานั่งรักษายอดบางบริษัทแผนรายได้จ่ายผลตอบแทนเยอะจริงแต่เงื่อนไขซับซ้อนต้องเสียเงินรักษายอดเท่านั้นเท่านี้เพื่อให้ได้มาซึ่งเงื่อนไขที่กำหนดซึ่งทำยากและทำให้คนเลิกทำธุรกิจเครือข่ายมานักต่อนักแล้ว
4.ผู้บริหาร
ผู้บริหารต้องมีคุณภาพต้องมีความรู้ความสารมารถด้านการตลาดหรือถ้าได้รางวัลจากหน่วยงานต่างๆและจบด้านนี้มาโดยตรงจะดีมาก
5.ทีม
ในบริษัทจะต้องมีทีมงานที่มีความรู้ความสารมาถด้านนี้โดยตรงเพื่อช่วยเหลือสมาชิกในบริษัทให้ประสบความสำเร็จให้ไวที่สุดและง่ายที่สุด 
6.แนวโน้ม
แนวโน้มทางการตลาดการที่เราจะเข้าร่วมธุรกิจอาชีพเสริมกับบริษัทไหนก้แล้วแต่เราควรดูแนวโน้มทางการตลาดด้วยว่าช่วงนี้การตลาดเปลี่ยนแปลงไปในทางไหนเช่น ช่วงนี้คนเราหันมาดูแลสขภาพกันมากขึ้นเราก็ควรทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ อาหารเสริม เป็นต้น
7.จังหวะ 
การจะเลือกดูทำธุรกิจเครือข่ายกับบริษัทไหนก็แล้วแต่ควรดุจังหวะเวลาของบริษัทนั้นๆด้วยว่าอยู่ในขาขึ้นหรือขาลงของบริษัทนั้นๆโดยดูจากผลประกอบการหรืออัตตราการเจริญเติญโตในแต่ล่ะปีของแต่ล่ะบริษัทเป็นหลัก
สรุป
จากที่กล่าวมาข้างต้นบริษัทไหนมีครบตามกฏ 7 ข้อของ ปีเตอร์ เอฟ. ดรัคเกอร์ เราควรเลือกทำธุรกิจอาชีพเสริมกับบริษัทนั้นเป็นบริษัทแรกเพราะผ่านการคัดเลือกมาครบทั้ง 7 ข้อแต่การเลือกบริษัทที่เราควรจะลงทุนนั้นก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณและความชอบส่วนบุคคลด้วยบทความนี้เขียนขึ้นเพื่อนเป็นแนวทางในการตัดสินใจเท่านั้นขอบคุณครับ...

อาชีพเสริม


ในปัจจุบันโลกเราเปลี่ยนแปลงไปมากประชากรเยอะขึ้น...อัตตราการแข่งขั้นสูงขึ้น...การจ้างงานเปลี่ยน...การดำเนินธุรกิจเปลี่ยน...แต่ความคิดคนนั้นไม่ได้เปลี่ยนตาม?...คนส่วนใหญ่ยังคิดว่าต้องเรียนเก่งๆจบมาหางานดีๆทำ แต่!!!กลับมีคนอีกกลุ่มหนึ่งมองหารายได้เสริม จากการทำอาชีพเสริมที่มาจุนเจือรายได้หลักหรืออาจจะกลายเป็นรายได้หลักไปแล้ว...คนเราเริ่มหันมาดูแลสุขภาพกันมากขึ้น โรงพยาบาลพุดขึ้นเป็นดอกเห็ด...ธุรกิจที่เกี่ยวกับอาหารเพื่อสุขภาพเติบโตอย่างมาก...บริษัทหลายบริษัทประยุกต์โดยการนำเอาเครือข่ายมาใช้ภายในองค์กรเพื่อกระจายทั้งสินค้าและรายได้เพื่อให้คนที่ไม่เก่งและไม่มีความรู้สามารถประสบความสำเร็จได้ง่าย....

จากที่ผมได้กล่าวมากข้างต้นผมจะมาวิเคาะห์อาชีพเสริมที่มีในปัจจุบันและที่จะอยู่รอดไปถึงอนาคต...ในปัจจุบันมีบริษัทเครือข่ายหลายบริษัที่กำลังเติบโตและที่กำลังจะปิดตัวลงมากมายทุกวันนี้มีธุรกิจมากมายที่อำนวยความสะดวกให้ท่านทั้งที่ทำออนไลน์ก็ดีหรือแบบออฟไลน์ก็ดีในอนาคตโลกจะเป็นยุคของ"โซเชียวเน็ตเวิร์ค"เต็มตัวธุรกิจทุกธุรกิจถ้าไม่สามารถหาเจอได้บนอินเตอร์เน็ตนั้นมันก็เหมือนท่านไม่มีตัวตนอยูบนโลกนี้จึงทำให้เกิดธุรกิจออนไลน์ขึ้นมากมาย ซึ่งไม่ต้องไปประชุม ทำงานผ่านอินเตอร์เน็ต 100 เปอเซ็น ลงทุนน้อย จึงทำให้เติบโตเร็วมากในหมู่วัยรุ่นและกำลังจะเติบโตขึ้นอีกในอนาคต แต่!!! อย่าพึ่งดีใจไปธุรกิจพวกนี้เรียกว่า แฟชั่น!!!
ธุรกิจในโลกนี้แบ่งได้ 2 ประเภทคือ "แฟชั่น" กับ"วิชั่น"

1.ธุรกิจแฟชั่น คือ ธุรกิจที่เป็นกระแสหรือทำตามๆกันจนเป็นกระแสแต่อยู่ได้แป๊ปๆก็จะหายไปผมยกตัวอย่างเช่น ชานมไข่มุก กับ ชาเขียว...ชาเขียวจะอยุ่ได้นานกว่า ชาเขียวคือธุรกิจแบบ วิชั่นครับ ซึ่งที่ผมกำลังจะบอกว่าธุรกิจออนไลน์เดี๋ยวนี้เป็นแบบ แฟชั่น!!!เพราะ ส่วนใหญ่จะเป็นกระแสๆมาแป๊ปๆแล้วก็จะหายไป บางบริษัทพึ่งเปิดให้บริการได้1-2เดือน กำลังจะไปได้สวยแต่!!! ก็จะมีบริษัทเกิดใหม่ที่ดีกว่า ทำง่ายกว่า คนก็จะเปลี่ยนบริษัทกันเป็นว่าเล่น ผมไม่ได้ว่าธุรกิจออนไลน์ไม่ดีนะครับ...ดีครับแต่ต้องศึกษาให้ดีก่อน...เรามาดูข้อดีกับข้อเสียของธุรกิจประเภทนี้กันครับ
ข้อดี
1.ทำง่ายทำงานผ่านอินเตอร์เน็ตไม่ต้องง้อไม่ต้องตื้อไม่ต้องโทรตามไม่ต้องเข้าประชุม          
2.ลงทุนน้อยหลักร้อย                                                                                                                      
3.ได้เงินง่าย
ข้อเสีย
1.ทำง่ายจริงแต่ลูกค้าที่ไม่มีการปฏิสัมพันธ์กันจะมาไวและไปไวพอเจอบริษัทออนไลน์ใหม่ที่ดีกว่าก็จะเลิกทำโดยไม่บอกกล่าว
2.บริษัทเหล่านี้มักไม่ค่อยมั่นคงเพราะส่วนใหญ่ไม่ได้มีทุนจดทะเบียนเป็นบริษัทถ้าขาดทุนหรือเจ๋งอาจจะปิดบริการ
โดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าและไม่สามารถเอาผิดได้      
3.ได้เงินง่ายจริงแต่แค่หลักพันถึงแสนถ้าเทียบกับธุรกิจเครือข่ายใหญ่ๆจะได้เงินที่ต่างกันมาก 
สรุป
ธุรกิจเครือข่ายแบบออนไลน์นั้นสามารถทำได้ระยะสั้นๆไม่ได้หวังผลเป็นอาชีพเสริมในระยะยาวเพราะในอนาคตจะมีบริษัทที่มาแข่งขันสูงท่านอาจจะเปลี่ยนบริษัทเป็นว่าเล่นเลยก็ได้แต่ก็ทำง่ายลงทุนน้อยลองสมัครเป็นค่าครูซักหน่อยก็ไม่เสียหายทำเอาแค่ได้กำไรแต่อย่าไปหวังผล 5-10ปีเพราะธุรกิจประเภทนี้เป็นแบบ"แฟชั่น"มันจะหายไปตามกระแสถ้ามีกระแสใหม่ที่ดีกว่าเกิดขึ้นมาแทน....

2.ธุรกิจแบบ วิชั่น คือธุรกิจที่อยุ่มายาวนานและมั่นคงถ้าเปรียบเทียบมันก็คือบริษัทเครือข่ายยักษ์ใหญ่ที่เปิดตัวอยู่ในประเทศไทยแทบจะทุกบริษัทเปิดตัวมานาน 5-20 ปีซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเป็น วิชั่น ถ้าให้ผมมองธุรกิจประเถทนี้คือทำเพื่อหวังผลในระยะยาวคุณอาจจะเหนื่อย 1-5 ปี แต่กลับสบายไปตลอดชีวิตเลยเพราะแผนการตลาดของบริษัทพวกนี้จะจ่ายหนักจ่ายเยอะแต่ก็แน่นอนลงทุนก็เยอะเช่นกันหลัก พันถึงหลักหมื่น และอีกประเด็นที่หลายๆคนไม่ค่อยชอบคือต้องออกไปคุยกับลูกค้านั่นเองแต่หลายๆบริษัทก็มีการปรับตัวโดยทำการตลาดทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์นั่นเองคราวนี้เราลองมาวิเคราะข้อดีข้อเสียกันดู
ข้อดี
1.มั่นคงแน่นอนแทบทุกบริษัทเปิดมาไม่ต่ำกว่า 5ปีมูลค่าสินทรัพย์ไม่ต้องพูดถึงไม่ปิดหนีง่ายๆแน่                                                                          
2.จ่ายเงินเยอะจากที่ผมเจอนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จจากธุรกิจเครือข่ายประเภทนี้รายได้เกิน 1-10ล้านต่อเดือนแทบทั้งนั้น                             
3.ลูกค้าจะจงรักภักดีต่อองค์กรเพราะเกิดปฏิสัมพันธ์ควมน่าเชื่อถือตั้งแต่เห็นหน้าพูดคุยกันจนเชื่อว่าองค์กรนั้นๆดีอย่างนั้นอย่างนี้จนสนิทใจ
4.ธุรกิจพวกนี้สวัสดิการเยอะได้ไปเที่ยวนั่นนู่นนี่เยอะมากๆ 
ข้อเสีย
1.ทำยาก(สำหรับบางคน)
2.ลงทุนเยอะ
สรุป
ธุรกิจประเถทนี้ต้องใช้ความอดทนแต่หวังผลได้ใน 5-10 ปีข้างหน้าแน่นอนที่สำคัญรายได้ที่จ่ายเยอะมากเยอะจนหน้าตกใจ!!!
สรุปรวมทั้งหมด
อาชีพเสริม ที่หลายๆคนไฝ่หานั้นถ้าท่านหวังผลแค่ระยะสั้นเพื่อนชวนก็ทำผมแนะนำธุรกิจทำเงินแบบออนไลน์ครับเพราะทำง่ายได้เงินไวแต่ถ้าท่านหวังว่าจะยอมเหนื่อย1-5ปีแล้วสบายตลอดชีวิตผมแนะนำธุรกิจเครือข่ายที่มีอยู่ในปัจจุบันครับแต่การจะเลือกก็ควรเลือกบริษัทให้ดีด้วยซึ่งผมได้เขียนกฏการเลือกทำธุรกิจเครือข่ายไว้...ท่านสามารถหาอ่านหรือศึกษาเอาได้ครับจากบทความทั้งหมดที่เขียนมาก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของตัวท่านด้วยนะครับว่าชอบแบบไหนขอบคุณที่ตั้งใจอ่านครับ

เหตุผลที่คนล้มเหลวในอาชีพเสริม



1.เกิดจากการมองโลกในแง่ดีเกินไป
คนส่วนใหญ่มักจะอยู่ในข้อนี้เลยล้มเหลวในธุรกิจที่ตัวเองทำเช่น ชอบเล่นเกมส์เลยไปเปิดร้านเกมส์ ชอบกินกาแฟเลยเปิดร้านกาแฟ เฮ้ย!!!มันง่ายไปปล่าว การที่คุณจะทำธุรกิจอะไรก็แล้วแต่มันไม่ใช่ว่าคุณชอบคุณมีเงินแล้วคุณจะประสบความสำเร็จนะครับอย่างเปิดร้านเกมส์ มันมีทั้งเรื่องของการทำบัญชี เรื่องของกฏหมาย เรื่องของคน เยอะแยะมากมายยุ่งเหยิงอ่ะ แต่คนส่วนมากชอบมองโลกในแง่ดีว่ามีเงินอะไรก็เป็นไปได้แต่ไม่ได้ดูเทรนเลยว่าชาวบ้านเขาทำอะไรกัน...อย่างแถวบ้านคุณมีร้านเกมส์อยู่ 3 ร้านคุณไปเปิดอีก 1 ร้าน เป็น 4 ร้านคุณคิดว่ามันจะไปรอดไหม?ชิวิตมันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกครับ ในวงการธุรกิจ เสือ สิงห์ กระทิง แรด ที่ว่าเจ๋งๆ... เขี้ยวโง้ง...ยังตายกันเกลื่อน แล้วคณล่ะ? 

2.ประเมินความสามารถของตัวเองสูงเกินไป
คนประเภทนี้น่ากลัวครับเพราะยังไม่รู้จักตัวเองพอมีความมั่นใจในตัวเองสูง ข้าเรียนเก่ง ข้าแน่ ข้าจบต่างประเทศ ข้ามีตังค์ แต่สิ่งที่คนประเภทนี้ควรจะรู้คือการสร้างธุรกิจ...มันใช้ศาสตร์ของ...การสร้างกิจการ ไม่ใช่ศาสตร์ของ...การบริหารกิจการ!!! คนไทยเก่งนะครับส่งลูกไปเรียนบริหารต่างประเทศ...พอจบมาไปบริหารธุรกิจให้คนอื่นแต่สร้างกิจการเองไม่เป็น!!! 

3.โดนสกัดดาวรุ่งจากคู่แข่ง
อันนี้เป็นตัวแปลที่ควบคุมไม่ได้ครับถ้าคุณยังไม่ยอมเปลี่ยแปลงหลายๆคนคิดว่าการเปิดร้านค้าแค่มีสินค้าแล้วนั่งเฝ้ารอคนมาซื้อแล้วก็ขายได้...สมันก่อนอาจจะใช่ครับ แต่!!!เดี๋ยวนี้มีหลายธุรกิจได้ปรับตัวใช้กลยุทธทางการตลาดมากมายทั้ง ลด แลก แจก แถม เอาง่ายๆแค่คุณก้าวออกจากบ้านก็มีค่าใช้จ่ายแล้ว...ก็เหมือนกับธุรกิจที่คุณกำลังทำถ้าไม่ปรับตัวคุณเจอบริษัทเปิดใหม่หน่อย แผนการตลาดดีกว่า เจ๋งกว่า จ่ายเงินเยอะกว่า คุณคิดว่าคนจะแห่กันไปทำไหม?เผลอๆตัวคุณเองยังไปทำด้วยเลยจริงไหมครับ? 

4.โดนโกง
อันนี้ผมเองก็เจอมากับตัวเจ๋งเพราะไอคำว่า"เงินเชื่อ"นี่แหละครับ ไปออกเงินให้เขาก่อนพอถึงเวลาเขาไม่จ่ายเงินก็ เจ๋งไงครับ!!!แต่ก็มีอีกเหตุผลหนึ่งที่คนส่วนมากโดนกันเยอะครับเพราะเน้นสบายคือไปจ้างคนมาขาย...สุดท้ายโดนลูกจ้างโกงเงิน...ไล่ออกจ้างใหม่ก็เหมือนเดิมหอบเงินหายเข้ากลีบเมฆ...งานขายคือหัวใจของธุรกิจคุณเชื่อหรือไม่แต่!!!คุณกลับให้คนอื่นมาทำแทน....จะทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จคุณต้องทำเป็นทุกหน้าที่...ทุกโซน...ไม่ใช่มีเงินแล้วจ้างคนอื่นมาทำ...เมื่อทำทุกอย่างได้แล้วจึงค่อยผ่อนถ่ายให้คนอื่นทำมันถึงจะไปรอด...

5.ขาดเงินสำรอง...ไม่มีก็อก2...
ทุกวันนี้ในโลกของธุรกิจมีการแข่งขันสูงมาก"ปลาใหญ่กินปลาเล็ก"เพราะทุกครั้งที่ธุรกิจคุณมีปัญหา...คุณต้องเอาเงินลงเพิ่ม...นี่คือการต่อสู้ทางธุรกิจ แล้วทุกวันนี้คุณมีเงินทุนสำรองพอที่จะสู้ไหม?ยิ่งธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงยิ่งไม่ต้องพูดถึงทั้งการทำโฆษณา การโปรโมท ใช้เงินทั้งนั้น แต่เจ้าเล็กๆอยากพวกเราจะเอาเงินที่ไหนไปสู้...มันจึงมีธุรกิจที่มีลูกพี่ไงล่ะครับอย่าง บริษัทรับล้างขวดให้เบียร์ช้าง เบียร์ช้างรวยกรุก็รวยไปด้วยเห็นไหมครับ...ต่อไปในอนาคตจะเหลือแค่ธุรกิจที่เป็นเจ้าใหญ่...เจ้าเล็กๆก็ต้องรวมตัวกันเพื่อสู้เจ้าใหญ่ๆ...นี่แหละโลกแห่งธุรกิจพอธุรกิจคุณจะล้มมันไม่ถามคุณหลอกว่าคุณมีเงินไหมมันไม่ถามคุณหลอกว่าคุณรู้สึกยังไงโลกแห่งความเป็นจริงมันโหดร้ายครับ!!!

ทำไมเด็กไทยเรียนเก่งแต่ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต




สวัสดีครับพอดีว่าผมได้อ่านหนังสืออยู่เล่มหนึ่งแล้วไปเจอหัวข้อที่ว่า"ทำไมเด็กไทยเรียนเก่งแต่ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต"เลยอยากมาแชร์แบ่งปันประสบการณ์ให้เพื่อนๆได้อ่านกันด้วยผมคิดว่ามันเป็นเรื่องจริงที่เด็กไทยในปัจจุบันไม่ค่อยใส่ใจกันซะเท่าไหร่ครับเรามาเริ่มกันเลยนะครับ

1.ลืมสอนให้เด็กวางแผนชีวิต...
ปัจจุบันเราจะสอนเด็กเพียงว่า"เข้ามหาลัยดีๆให้ได้นะลูกแล้วจะสบาย..."ซึ่่งผมก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเวลาเด็กไทย เอ็นไม่ติดถึงฆ่าตัวตายเพราะ!!!เราสอนให้เด็กตั้งเป้าหมายในชีวิตแค่ครั้งเดียวครับ...เด็กมันก็เลยคิดว่าถ้าเข้ามหาลัยดีๆไม่ได้ก็ไม่รู้จะอยู่ไปทำไมแล้วชีวิตนี้...แต่หารู้ไม่ว่าชีวิตนี้ยังมีอะไรอีกเยอะ...คุณรู้ไหมเด็กไทยกับเมืองนอกต่างกันตรงไหน อายุ 18 เมืองไทยเอ็นติดขอแม่ซื้อรถ!!!...อายุ 18 ปีเมืองนอกเปิดบริษัทแล้วครับ...อายุ 28ปี เมืองไทยตกงานครับ(บางคนอายุ30ยังแบมือขอตังพ่อแม่อยู่เลย)...อายุ 28 ปีเมืองนอกรวยติดอันดับโลกแล้วครับผมยกตัวอย่าง ไมเคิล เดลล์ ตอนอายุ31 มีทรัพสิน 700,000ล้านแล้วครับ เป็นดอลลาร์ นะครับไม่ใช่บาทเห็นรึยังครับคนที่วางแผนชีวิตกับไม่วางแผนชีวิตผลลัพธ์มันโคตรต่างกันเลย...มีนักธุรกิจท่านหนึ่งบอกกับผมว่า"ทุกๆ 10 ปีคุณภาพชีวิตเราจะตกลง 1 ระดับ ถ้าคุณไม่สร้างความสำเร็จใหม่ๆ"ผมยกตัวอย่างนะครับอาจจะไม่ถึง10 ปีด้วยซ้ำอาจจะเป็น 1 ปี คุณทำงานประจำอยู่ที่ได้เงินเดือนเดือนล่ะ 25,000 บาทปีนั้นเจ้านายบอกว่าคุณทำงานดีจึงขึ้นเงินเดือนให้ 2 เปอร์เซ็น ดีใจกลับไปจัดงานเลี้ยงใหญ่เลย...เจ้านายขึ้นเงินเดือนให้ แต่!!!หารู้ไม่ว่า...ประเทศไทยเงิน เฟ้อปีล่ะ 3 เปอเซ็นเท่ากับว่านี้เราจนลงปีล่ะ 1 เปอร์เซ็นเหรอเนี่ย!!!เห็นรึยังครับ

2.สอนให้เด็กมีความรู้แต่ไม่มีความคิด...
ผมไม่แปลกใจว่าทำมีแต่คนพูดว่า"เด็กไทยคิดไม่เป็น"ทุกวันนี้เด็กเจออะไรครับ...เจอแต่ตำรา...เจอแต่หนังสือเรียน(ผมยกตัวอย่างเด็กที่เรียนเก่งแต่ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตนะครับ)แต่...คุณรู้หรือไม่ว่าตำราที่สอนเด็กในทุกวันนี้มันของ พ.ศ.อะไรเฮ้ย!!!นี่มันยุคปัจจบันแล้วผมยกตัวอย่างวิชาที่ผมเรียนนะครับ"เศรษฐศาสตร์"เอาเนื้อหาประมาณปี 19XX มาสอนคนเขียนตำราบางคนตายไปนานล่ะครับ ในชีวิตจริงมันยุคของ"Social Network"แล้วนะครับแต่นี่อะไรยังสอนผมอยู่ยุคอุตสาหกรรมอยู่เลย...ผมจึงเลยไม่แปลกใจทำไมเด็กไทยเรียนเก่งนะครับแต่ไม่ประสบความสำเร็จเพราะความรู้ที่เรียนมามันใช้กับปัจจุบันไม่ได้ครับ!!!...บางคนบอกเออจริงหว่ะ...สมัยก่อนพ่อผมบอกว่าไม่เห็นมันจะมีเรียนพิเศษเลย...ตี 4 ตื่นมาอ่านหนังสือเอง...แต่!!!เด๋วนี้ใครไม่เรียนพิเศษตามเพื่อนไม่ทันครับจริงไหม? แล้วเด็กมันจะเอาเวลาที่ไหนมาคิดถึงอนาคตล่ะครับในเมื่อเราไปบอกมันทุกวันว่า"เรียนเก่งๆแล้วจะสบาย"สมัยคุณอาจใช่ครับเรียนเก่งจบมาทำงานดีๆสมัยนี้มันไม่แน่แล้วครับ...บทสรุปของชีวิต"ตั้งหน้าตั้งตาเรียนมาตั้งนาน...เรียนมาแทบตาย...เพื่อที่จะจบมาแล้ว...เป็นหนี้"

3.เลือกอาชีพที่มันสร้างชีวิตไม่ได้...
ผมยกตัวอย่างนะครับในที่นี้ใครคิดว่าเรียนจบมาแล้วจะได้เงินเดือนเดือนล่ะ 100,000 มั้งครับ คิดไว้ในใจครับ...แต่หลายๆคนคงจะค้านจบมาได้แค่ 15,000 บาทก็หรูแล้วพี่...คุณเชื่อไหมถ้าคุณจบมาใหม่เงินเดือน 15,000บาท(ทำงานเป็นลูกจ้างเขานะครับ)...คุณยังไม่มีปัญซื้อ แจส เลยบางคนหัวเราะ...โหพี่ แจสนี่หมาวิ่งผ่านก็สั่นแล้ว...ทำเป็นหัวเราะไปครับ ผมถามจริงๆเงินเดือน 15,000 บาท(พ่อแม่ไม่เกี่ยวนะความสามารถตัวเองล้วนๆ)เก็บเดือนล่ะ 10,000 บาททุกเดือนเก็บได้ไหมบางคนบอกยากพี่ ทำงานในกรุงเทพค่านู่นค่านี่เยอะ...ผมลดลงมาเดือนล่ะ 5,000 บาทเก็บทุกเดือนนะครับเก็บแบบมีวินัยเลย... 5,000x12เดือน = 60,000บาท/ปี แจสคันล่ะ 630,000 ลองหารดูครับ 630,000/60,000  ประมาน 10 ปี คุณจะมีเงินซื้อแจสได้ก็ต่อเมื่อคุณทำงานไป 10 ปี!!!แล้วครับถ้าทำงานตอนนั้นอายุ 24 ก็จะซื้อได้ตอนอายุ 34 ปีเป็นไงครับ นึ่งอึ่งไปดิไอรถที่หลายๆคนบอกว่าหมาเดินผ่านก็สั่นแล้ว คุณยังต้องใช่เวลาถึง 10ในการซื้อเลยถ้ายี่ห้ออื่นอย่าหวังครับ เบนซ์ บีเอ็ท ออดี้ เฟอรารี่ แรมโบกินี่ ยืนมองอย่างเดียวพอครับ...

4.นิสัยไม่ดี...อยากรวย...แต่ไม่อยากเหนื่อย...
เด็กไทยส่วนใหญ่พ่อแม่เลี้ยงมาสบายหมดครับ...ไม่ว่าจะจนจะรวย...จริงไหมครับ ไอคนรวยเลี้ยงลูกสบายไม่เท่าไหร่ครับเพราะมันยังมีปัญญาเลี้ยงไปจนตายแต่!!!คนจนเลี้ยงลูกสบายอนาคตฉิบหายครับ...อายุ 30 ยังทำไรไม่เป็นวันๆแบมือขอตังพ่อแม่อยู่เลย...เด็กไทยส่วนใหญ่ติดสบายครับหนักไม่เอา...เบาไม่สู้...นอนแข่งกับแมวครับ...แมวยังยอมแพ้เลย...ผมจะบอกว่าในโลกนี้ไม่มีอะไรได้มาโดยง่ายหรอกครับถ้าคุณไม่ลงมือทำ...คุณดูอย่างคนที่รวยๆในประเทศไทยนะครับผมยกตัวอย่าง...เจ้าสัวเจริญครับเจ้าของเบียร์ช้าง...บางคนร้อง..อ๋อ..ผมกินทุกวัน...คุณรู้ไหมเบียร์ช้างเสียภาษีปีล่ะเป็น หมื่นล้าน นี่!!!แค่ภาษีนะครับแล้วรายได้จะขนาดไหน...มีคนเคยไปถามท่านนะครับว่าท่านทำยังไงถึงประสบความสำเร็จในชีวิต...ท่านบอกทำงานให้หนักเข้าไว้ครับ...หนักขนาดไหน...หนักขนาดที่ท่านพูดว่าในช่วง 20 ปีที่ผมสร้างชีวิต...ผมนอนวันล่ะ 4 ชั่วโมง!!!เฮ้ย นอนวันล่ะ 4 ชั่วโมง...บางคนตกใจครับ บอกพี่ๆผมผมนอนวันล่ะ 12ช.ม...นอนเช้า...ตื่นอีกทีตอนเย็น...เออ เจริญล่ะ...ที่ผมยกตัวอย่างให้เห็นคือคนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ เขาลำบากมาก่อนทั้งนั้นครับถ้าคุณยังเน้นสบาย หนักไม่เอา เบาไม่สู้ชีวิตคุณลำบากแน่นอนครับ...

5.ใช้ความคิดเดิมๆ...วิธีการเดิมๆ...มันสร้างอราคตไม่ได้แล้ว...ในโลกยุคใหม่...
ตอนเด็กๆพ่อผมเคยบอกว่าให้หาเงินให้ 10 ล้านให้ไวที่สุด แล้วเอาเงิน 10 ล้านไปฝากธนาคาร ตอนนั้นดอกเบี้ยร้อยล่ะ 16% ก็เท่ากับว่าถ้ามีเงิน 10 ล้านจะได้ดอกเบี้ย เดือนล่ะแสนกว่าบาท สบายแล้วครับนอนกินดอกเบี้ยงอย่างเดียวทุกวันนี้มีใครยังคิดจะเอาเงินไปฝากธนาคารเพื่อกินดอกเบี้ยไหมครับ...โลกมันเปลี่ยนไปแล้วครับ...ตอนนี้ดอกเบี้ยร้อล่ะ 0.75% น่ารักไหมครับ เท่ากับว่าคุณมีเงิน 100,000 บาทเอาไปฝากธนาคารได้ดอกเบี้ยเดือนล่ะ 62 บาทครับนี่ยังไม่รวมหักภาษีนะครับ น้อยไหมล่ะครับ ถ้าเอาเงิน 10 ล้านไปฝากธนาคารจะได้ดอกเบี้ยเดือนล่ะ 18,750 บาท พอกินไหมครับ? แล้ว 10 ล้านนี่มันไม่ได้หาง่ายๆนะ...ขี้แตกกันเลย...ผมถึงบอกว่า...วิธีการแบบเดิมๆมันไม่ Work...แล้วครับ เราคิดแบบเดิมๆไม่ได้แล้ว...

ธุรกิจเครือข่ายอาชีพในอนาคต


ในบัจจุบันนี้การดำเนินชีวิตต่างไปจากเดิมเพราะโลกเราหมุนอยู่ตลอดเวลา...การจ้างงานเปลี่ยน...ชีวิตเปลี่ยน...วิธีการทำธุรกิจเปลี่ยนเพราะเราต้องแข่งกับเวลามากขึ้นในยุคของ social network เป็นยุคของข้อมูลข่าวสารผู้คนสามารถติดต่อสื่อสารกันแค่ปลายนิ้วคลิ๊ก...จึงทำให้สังคมเปลี่ยนผู้คนสามารถเรียนรู้เรื่องราวต่างๆได้ทาง ยูทูป เช่นอยากทำขนมเป็นก็สามารถเรียนผ่านทางยูทูปได้อยากเต้นเป็นในยูทูปก็มีสอนเต้น Step by Step เทคโนโลยีเหล่านี้ทำให้การจ้างงานของโลกเราเปลี่ยนไปมากเพียงแต่คนส่วนใหญ่ไม่ได้เปลี่ยนตามยังหลงคิดแต่เพียงว่าเล่นเก่งๆจบมาหางานบริษัทที่มั่นคงทำซึ่งทุกวันนี้เราต้องถามตัวเองก่อนว่าเราเรียนไปเพื่ออะไรเรียนไปเพื่อเกรด 4 หรือเรียนไปเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น...เราทำงานเพื่ออะไรทำงานไปวันๆหรือทำงานไปเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นซึ่งส่วนส่วนใหญ่จะตอบว่าก็ต้องเรียนและทำงานเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นสิ...แต่พวกคุณกลับลืมมองไปว่าชีวิตทุกวันนี้กับมีแต่หนี้บัตรเครดิต...แล้วไหนล่ะชีวิตที่ดีขึ้น?...เพราะคุุณยังใช้วิธีคิดแบบเดิมๆ...การทำธุรกิจแบบเดิมๆ...บนโลกใบใหม่ที่กำลังหมุนเปลี่ยนไปตลอดเวลา...นั่นคือการเป็นลูกจ้างไง!!!



ทุกวันนี้ในโลกแห่งความเป็นจริงที่โหดร้ายไม่มีอะไรแน่นอน...หลายๆคนบอกว่า ผมทำงานในบริษัทใหญ่ที่มั่นคงแต่ผมกำลังจะบอกคุณว่ายิ่งคุณทำงานบริษัทใหญ่แค่ไหนคุณก็จะยิ่งไม่มั่นคงมากขึ้นเท่านั้นเพราะอะไรรู้ไหมในโลกแห่งธุรกิจลูกจ้างแบ่งได้ 2 ประเภทคือ

1.ลูกจ้าง...แบบCost..คือ ใครก็สามารถทำงานแทนคุณได้...ถึงไม่มีคุณบริษัทก็อยู่ได้ ถ้าพูดง่ายๆก็คือไม่ว่าคุณจะทำงานตำแหน่งไหนใหญ่โตแค่ไหนถึงเวลาคุณเป็นอะไรไปบริษัทก็หาคนมาทำงานแทนตำแหน่งที่คุณทำอยู่ได้เลยเพราะอะไรเหรอ?...ในโลกปัจจุบันบริษัทเขาไม่ง้อคุณแล้วเกียรตินิยมอันดับ 1 มหาลัยดังๆมีกันเกลื่อนเมืองแล้วก็จบกันทุกปีด้วย...
2.ลูกจ้าง...แบบTalent..คือ ลูกจ้างที่มีความสำคัญต่อองค์กรมากขาดคุณไปองค์กรนั้นๆหรือบริษัทนั้นๆจะไม่สามารถอยู่ได้หรือถ้าผมจะบอกว่าใครที่เป็นลูกจ้างในประเภทนี้คือลูกจ้างที่VIPสุดๆแต่ในโลกใบนี้ลูกจ้างแบบนี้มีน้อยมาก...

จากบทความที่ผมเขียนไปข้างต้นคุณกำลังมองเห็นอะไร...ความไม่แน่นอนของอนาคตคุณใช่ไหม?...แต่วันนี้ธุรกิจที่จะมาเป็นอาชีพเสริมในตอนนี้และกำลังจะเป็นอาชีพที่ดีที่สุดในอนาคตก็คือ ธุรกิจเครือข่าย บางคนบอกว่าผมไม่ชอบธุรกิจแนวนี้แต่คุณรู้หรือไม่ว่าชีวิตประจำวันที่คุณอยู่นั้นคุณวนเวียนอยู่กับธุรกิจนี้ตลอดเวลา...ผมข้อถามว่าชีวิตประจำวันคุณทำอะไรมากที่สุด...บางคนบอกวันๆออนแต่"Facebook Twitter"บางคนบอกตื่นมาผมก็ไป 7-eleven แล้วพี่ไปหาอะไรกิน...คุณรู้ไหมว่าชีวิตคุณกำลังอยู่ในธุรกิจเครือข่ายตลอดเวลา "Facebook Twitter" คุณเล่นทุกวันใครได้เงิน?ก็เจ้าของไงล่ะครับ?แล้วเป็นธุรกิจเครือข่ายไหม?เป็นครับ...7-eleven มี 7,000สาขาเป็นเครือข่ายไหม?เป็นครับ...แล้วคุณจะมาบอกว่าคุณไม่ชอบธุรกิจเครือข่ายได้ยังไงก็ในเมื่อคุณใช้ชีวิตอยู่กับมันทุกวัน...เคยมีคำกล่าวที่ว่า"คนจนมักหางานประจำทำแต่คนรวยมักแสวงหาธุรกิจเครือข่ายทำ"คำกล่าวนี้เป็นจริงครับ...เพราะคุณรวยในโลกนี้รวยจากการสร้างเครือข่ายทั้งนั้นทั้ง"Facebook Twitter Google Yaaho True Dtec AIs TOT 3BB 7-eleven เบียร์ เหล้า บุหรี่"ลองสังเกตุนะครับว่าเจ้าของเขาเคยมาขายคุณไหม?ไม่เลยครับแต่คุณก็กินก็ใช้สิ่งเหล่านี้อยู่ทุกวันแล้วใครรวยล่ะ?ก็เจ้าของไงครับ...คุณรู้ไหม7-elevenทำเงินวันล่ะเท่าไหร่?วันล่ะแค่ 420 ล้านบาทเองครับสาขาหนึ่งทำเงินเฉลี่ยวันล่ะ 60,000 บาท แล้วคุณล่ะ?ทำเงินวันล่ะเท่าไหร่?ไม่สิต้องถามว่าเดือนล่ะเท่าไหร่มากกว่า...ทีนี้คุณเห็นถึงความสวยงามของธุรกิจเครือข่ายรึยังครับธุรกิจที่ให้ความมั่นคงทางการเงินและอิสระทางเวลากับคุณถึงคุณจะหยุดทำแต่เงินก็ยังไหลเข้ากระเป๋าคุณตลอดเวลาดูอย่าง 7-eleven เป็นตัวอย่างก็แล้วกันนะครับเจ้าของอยู่ไหนไม่รู้แต่เงินก็เข้ากระเป๋าเขาตลอดเวลา...โลกมันหมุนไปตลอดตอนนี้เทรนโลกมันเปลี่ยนไปแล้วปัจจุบันใครมีเครือข่ายมากกว่าคนนั้นรวยครับ...ถ้าคุณอยากประสบความสำเร็จในชีวิต...อยากมีเงิน...อยากมีอิสระทางเวลา...ก็จงแสวงหาธุรกิจเครือข่ายทำครับแล้วคุณจะเป็นคนหนึ่งที่มั่งคั่งร่ำรวยจากการมีเครือข่ายที่คอยหาเงินให้คุณอยู่ตลอดเวลาครับ....ในโลกใบใหญ่นี้อายุไม่ได้บ่งบอกถึงความเก่งมันไม่ได้บอกว่าคุณจะประสบความสำเร็จเมื่อไหร่...มันบ่งบอกเพียงแค่ว่าคุณอยู่บนโลกใบนี้มานานแล้วเท่าไหร่?...สำคัญแต่เพียงว่าใครคิดได้ก่อนกันแค่นั้นเอง...ขอบคุณที่ตั้งใจอ่านครับ...

คุณคิดว่าเงินสำคัญแค่ไหนครับ?




สวัสดีครับวันนี้เราจะมาพูดกันถึงหัวข้อ"คุณคิดว่าเงินสำคัญแค่ไหน?"
มาเข้าเรื่องกันเลยนะครับตั้งแต่ตัวผมทำธุรกิจเครือข่ายมาเรามักจะเจอสถานการณ์ที่ผมคิดว่าแทบทุกคนที่ทำธุรกิจประเภทนี้ต้องเจอครับคือพอเราพูดถึงเรื่องความสำเร็จ...ความร่ำรวยมากๆ...ผู้ฟังจะเริ่มเอาคิ้วติดกันล่ะ..แล้วเขาก็จะบอกว่าเงินมันไม่ใช่ทุกอย่างในชีวิต...อย่าพูดเรื่องนี้มาก...ไม่อยากฟัง...จริงไหม?ครับผมคิดว่าหลายๆท่านกำลังเจอสถานการณ์แบบนี้อยู่...ผมจะบอกว่าใช่ครับ...เงินมันไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต...แต่จงจำไว้เลยนะครับว่าคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตทุกคนบอกว่าเงินสำคัญหมดครับและสำคัญมากด้วย..
คนที่บอกว่าเงินไม่สำคัญมีแค่ 2 ประเภทครับคือ
1.คนที่ไม่มีเงิน อันนี้เราไม่พูดถึงนะครับความหมายมันก็ตายตัวอยู่แล้ว...
2.คนที่หาเงินไม่เป็น คนพวกนี้ชอบหลอกตัวเองครับผมมักจะเจอคำพูดที่ว่า"เศรษฐกิจพอเพียง พอมีพอกิน "ใช่ไหมครับเรามักจะเจอคำนี้....ผมกำลังจะบอกว่าคุณกำลังเข้าใจอะไรผิดหรือปล่าว?...คำว่าพอเพียงคือ"ให้คุณมีเท่าที่คุณคิดว่าพอ แต่ต้องไม่เดือดร้อนและไม่เบียดเบียนผู้อื่น"แต่เท่าที่ผมเห็นคนส่วนใหญ่ในสังคมกำลังเป็นหนี้บัตรเครดิตจริงไหมครับ?...มีบ้านไหนที่ไม่เป็นหนี้มั่งครับลองมองรอบตัวเราซิครับ...คุณคิดว่าเงินสำคัญแค่ไหน?...
ก็วันที่พ่อแม่คุณหรือคนที่คุณรักกำลังเจ็บไข้ได้ป่วย...ต้องไปนอนโรงพยาบาลคุณจะยอมไหมครับให้คนที่คุณรักไปนอนโรงพยาบาลที่ห้องเดียวมี 5 เตียง...โรงพยาบาลที่ยากำลังจะหมดอายุ..หมอพึ่งจบมาใหม่..คุณจะยอมไหมให้คนที่คุณรักเอาชีวิตไปแขวนไว้บนเส้นด้าย...เพียงเพราะคุณไม่มีเงิน?...วันนั้นแหละเงินจะสำคัญครับ...หรือวันใดวันหนึ่งลูกคุณเดินมาวัยกำลังน่ารักเลยมาพูดว่า พ่อค่ะๆ/แม่ค่ะๆ หนูอยากเรียนโรงเรียนอินเตอร์ หนูอยากเรียนพิเศษ หนูอยากเรียนเปียนโน วันนั้นเงินสำคัญรึยังครับ?  วันที่คนที่คุณรักกำลังเดือดร้อนต้องการเงิน...วันนั้นเงินสำคัญรึยังครับ?...โปรดอย่าหลอกตัวเองครับว่าเงินไม่สำคัญ...ผมจะบอกว่าเงินมันไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตแต่เงินสำคัญมากกับการดำรงชีวิตเพราะเงินสามารถซื้อคุณภาพชีวิตที่ดี...ให้กับครอบครัวเราได้ครับ...ทำไมเราต้องรวยเหรอเพราะคนรวย...เขาสามารถได้เกลือบทุกสิ่งที่เขาต้องการ...แต่คนจน...เพียงขอแค่มีปัจจัยสี่...ที่สะดวกสบาย..ยังไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะคิดเลย...อยากตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ให้ท่านมีความเป็นอยู่ที่สุขสบาย...ยังทำไม่ได้เลย..."เพราะไม่มีเงิน"ขอบคุณที่ตั้งใจอ่านครับ...

ทำไมทำงานหรืออาชีพเสริมแล้วไม่รวยสักที?


สวัสดีครับ วันนี้ผมจะมาไขข้อข้องใจว่าทำไมพวกเราทำงานแทบตายหรือทำอะไรก็แล้วแต่ มันไม่รวยหรือไม่ประสบความสำเร็จสักทีคือตัวผมได้อ่านหนังสืออยู่เล่มหนึ่งชื่อว่า "ไอ้แป๊ก" หนังสือเล่มนี้ได้บอกเหตุผลว่าทำไมคนเราถึงไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตสักทีโดยแบ่งออกมาได้ 5 ข้อซึ่งพอผมอ่านไปแล้วผมรู้สึกว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์เตือนใจผู้อ่านหลายๆท่านๆที่ได้อ่านบทความที่ผมกำลังจะเขียนต่อไปนี้ว่าท่านได้มาอยู่ใน 5 ข้อที่ผมเขียนไว้หรือปล่าว...แล้วจริงไหมที่ชีวิตท่านยังไม่ประสบความสำเร็จสักที ผมจะมาสรุปย่อๆสั้นๆแต่ได้ใจความให้ทุกท่านได้อ่านกันนะครับ

1.ไม่รู้ว่า...ชีวิตลิขิตได้
ในข้อนี้เขาบอกว่า คนส่วนใหญ่ที่เกิดมาชอบโทษฟ้า...โทษฝน...ว่าตัวเองนั้นเกิดมาจน..ไม่มีวาสนา..เรียนไม่เก่ง..เกเร..โทษว่าพ่อแม่ไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้โทษไปเรื่อย..แต่คุณเคยมองย้อนกลับมาดูตัวคุณเองไหมครับว่าคุณยังไม่เคยโทษตัวเองเลยแปลกนะผมว่าคนที่อยู่ในข้อที่ 1 มักหาเหตุผลต่างๆนาๆมาให้ตัวเองจน จริงไหมครับ? แต่ไม่เคยมีใครหาเหตุผลมาทำให้ตัวเองรวยเลย มีแต่บอกว่า "ผมมันไม่เก่ง ผมมันโง่ ผมมันไม่มีเวลา นู้นนี่นั่นไปเรื่อย" แบบนี้เขาเรียกว่าหาเหตุผลมาให้ตัวเองจนครับ...ใช่ครับคุณบอกว่าคุณไม่เก่งคุณจนคุณพูดไม่เป็นแต่ผมจะบอกว่าชีวิตคนเราลิขิตได้ถ้าเราเลือกที่จะลงมือทำครับ เขาบอกว่าถ้าคุณคิดแบบไหนชีวิตคุณก็จะเป็นแบบนั้นถ้าคุณคิดที่จะรวยคุณก็จะรวยครับแต่ไม่ใช่คิดอย่างเดียวนะครับต้องลงมือทำด้วยครับ..ถ้าคุณยังคิดแบบเดิมๆอยู่...พอมีพอกินอดๆอยากๆ...ชีวิตคุณก็จะได้แบบที่คุณคิดนั่นล่ะครับถึงพ่อแม่คุณจะทำนาทำไร่แต่ผมจะบอกว่าความจนไม่ได้ถ่ายทอดกันทางพันธุกรรมครับคนที่เขาแย่ยิ่งกว่าคุณแต่สู้ชีวิตจนประสบความสำเร็จมีให้เห็นก็เยอะ...แล้วคุณล่ะ?..ยังจะหาเหตุผลมาทำให้ตัวคุณจนอีกไหมล่ะครับ?
2.ทำแต่สิ่งที่ชอบ...สิ่งที่ถนัด
ผมจะบอกว่าข้อนี้วัยรุ่นไทยเป็นกันเยอะมากครับทำแต่สิ่งที่ชอบสิ่งที่ถนัดมันไม่ผิดหรอกครับ...แต่คุณต้องดูด้วยว่าทำแล้วมันทำใหชีวิตคุณประสบความสำเร็จไหมอย่าทำแค่เพียงตามกระแส ผมจะยกตัวอย่างให้ดูนะครับ บางคนบอกผมว่าพี่ค่ะๆ..หนูชอบเล่น เทนนิส ถ้าคุณอยากเล่นเทนนิสจริง คุณต้องเอาจริงเอาจังครับ...เล่นให้เป็นอาชีพให้ได้อย่าง ภราดร แต่คนส่วนใหญ่เล่นเพราะตามกระแสไงครับชีวิตเลยไม่ประสบความสำเร็จบางคนจบมาหลายปีแล้ว...จนทุกวันนี้...ยังไม่ทำมาหากินรอแต่สมัครประกวด AF สมัครมา3-4รอบแล้ว นี่แหละครับเด็กไทยทำอะไรตามกระแสพอหมดกระแสนี้ก็หันไปทำอย่างอื่นที่เป็นกระแสใหม่แทนแล้วก็มาบอกว่าหนูชอบหนูถนัดแต่ไอคำว่าชอบคำว่าถนัดมันต้องจริงจังครับทำจนเป็นอาชีพได้นั่นแหละครับคุณถึงจะประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตถ้าชอบเล่นบอลก็ต้องฝึกซ้อมให้ติดสโมสรให้ได้ต้องเป็นนักบอลอาชีพให้ได้นั้นแหละครับคุณถึงจะประสบความสำเร็จผมเชื่อว่าหลายๆคนคงตรงกับข้อนี้ทำแต่สิ่งที่ชอบสิ่งที่ถนัด...ถ้าทำแล้วมันไม่รวยอย่าไปทำครับเพราะมีคนคิดแบบคุณเยอะแล้วสุดท้ายคุณก็จะเป็นประชากรส่วนใหญ่ในประเทศที่พออายุ 30 แล้วยังแบมือขอเงินพ่อขอเงินแม่ใช้อยู่น่าอายไหมครับ?..
3.ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง
 ข้อนี้ผมว่าคนส่วนใหญ่เป็นกันเยอะเลยมักมีคนบอกกับผมว่า "ก็ชีวิตกรุเป็นอย่างนี้ กรุเป็นของกรุอย่างนี้"ผมก็จะบอกว่าถูกครับชีวิตคุณเป็นของคุณอย่างนี้ ชีวิตคุณถึงมาได้แค่นี้ไง ไม่ลูกจ้างก็กรรมกรไงครับ ผมอาจจะพูดแทงใจดำใครบางคนนะครับแต่มันเป็นเรื่องจริงในสังคมไทย จงจำเอาไว้นะครับ ณ วันแรกที่คุณเรียนจบก้าวแรกที่ก้าวออกจากมหาลัยวันนั้นแหละครับสิ่งที่คุณเรียนมาจะล้าหลังทันทีเพราะโลกมันเปลี่ยนไปทุกวินาทีไงครับ ถ้าวันนี้คุณยังไม่เปลี่ยนตัวเองเพื่อนผมหลายๆคนทุกวันนี้ยังขี้เกียจอยู่เลยนอนตื่น..เที่ยง..ตื่นบ่าย..นอนแข่งกับแมวจนแมวยังยอมแพ้อ่ะครับ..ผมจะบอกว่าถ้าคุณรวยแล้วขี้เกียจมันไม่ผิดหรอกครับแต่ถ้าจนแล้วขี้เกียจชีวิตหายนะแน่นอนครับถ้ายิ่งคุณยุบง่าย...ยวบง่าย...ง้องแง้ง...เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ...ไม่สู้..ไม่เอาจริง..แล้วยิ่งไม่พัฒนาตัวเองให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกด้วยแล้ว อนาคตคุณลำบากแน่นอนครับ...
4.อยู่ในกติกาที่ไม่มีทางชนะ...
ข้อนี้เหมาะสำหรับเตือนสติใครหลายๆคนที่เป็นลูกจ้างครับ ในชีวิตจริงมีกติกาที่ทำให้ชีวิตเราไม่ประสบความสำเร็จอยู่ด้วยนะครับแต่คนส่วนใหญ่ไม่รู้หรอกครับผมจะเล่าเรื่องให้ฟังหนึ่งเรื่องนะครับวันนั้น...ผมได้นั่งรถแแท็กซี่เพื่อที่จะกลับบ้าน...พอนั่งเสร็จก็คุยกัน...ผมก็ถามว่าลุงครับลุงอายุเท่าไหร่...ขับรถแท็กซี่มากี่ปีแล้วครับ...ลุงตอบว่า "อายุ47...ขับแท็กซี่มา 17 ปีแล้ว...ขับมาตั้งแต่อายุ 30 ขยันมากขับทุกวันไม่เคยหยุด... วันๆทำแต่งานไม่เที่ยวไม่กินเหล้าไม่เล่นการพนัน..."ด้วยความอยากรู้ส่วนตัวผมก็ถามไปว่าเดือนๆหนึ่งถ้าลุงขับเต็มที่เลย..จะได้เงินเดือนเดือนล่ะเท่าไหร่?ลุงตอบว่า"พ่อหนุ่มเอ๊ย...ขับแท็กซี่เนี่ยนะถ้าขับจริงๆก็ 2 กะ ไม่กินเหล้าไม่เล่นการพนันลุงว่ามีรายได้เดือนล่ะไม่ต่ำกว่า 30,000 ว่ะ..."ผมตกใจเลย ขับแท็กซี่เนี่ยนะเดือนล่ะ 30,000 บาท หูยยย...เยอะจริงๆบางคนจบปริญญาโทมาเงินเดือนยังไม่ถึง 30,000 บาทเลย ผมก็เลยถามต่อว่าถ้าเดือนไหนลุงอยากได้ 60,000 ลุงจะทำไงล่ะ ลุงแกโมโหเลย..หันมาด่า"ไอห่ากรุขับได้ทีล่ะคัน....ถ้ามิงอยากได้ 60,000 มิงก็ต้องขับทีล่ะ 2 คัน" เห็นหรือยังล่ะครับทุกวันนี้เราอยู่ในกฏกติกาที่ล็อกมาแล้วอย่างเช่นถ้าคุณมีเงินเดือนสูงสุดเดือนละ 60,000 ถ้าอยากได้เดือนล่ะ 120,000 จะทำยังไงล่ะครับ..คนที่เป็นลูกจ้างส่วนใหญ่มักจะเจอกับกติกาข้อนี้..ชีวิตจึงไม่รวยหรือไม่ประสบความสำเร็จยังไงล่ะครับถ้าอยากรวยต้องไม่เป็นลูกจ้างครับไม่ใช่ว่าเป็นลูกจ้างไม่ดีนะครับแต่เพียงแค่เป็นแล้วมันไม่รวยเท่านั้นเองครับ...
5.ไม่มีเวลานึกถึงอนาคต...
คุณว่าอนาคตสำคัญแค่ไหนครับ คนส่วนใหญ่มักจะบอกว่าอนาคต..สำคัญมากแต่คุณเชื่อไหมล่ะครับว่าไอคนส่วนใหญ่นี่แหละที่ไม่มีเวลานึกถึงอนาคตผมจะถามว่าทุกวันนี้คุณมีเวลาลงรายละเอียดกับมันหรือปล่าว...? เปล่า...แค่คิดถึงอนาคตเฉยๆแต่ไม่มีเวลาลงรายละเอียดไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไร...ทำยังไง...เริ่มต้นเมื่อไหร่...ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ปลายทางชีวิตคนเรามันถึงไม่เท่ากันครับ...ผมมักจะเจอคำตอบยอดฮิตเลยว่า..ยุ่ง...ไม่ว่าง...ไม่มีเวลา...ผมจะบอกว่าถ้าคุณยังไม่มีรายได้เดือนล่ะ 100,000 อย่าริอาจใช้คำว่า ยุ่ง ครับคนส่วนใหญ่ยุ่งอยู่แต่กับอะไรไม่รู้ที่ไม่ทำให้ชีวิตรวยขึ้นหรือประสบความสำเร็จจนไม่มีเวลาวางแผนอนาคต หรือพูดง่ายๆยุ่งอยู่กับงานที่ไม่ทำให้รวยจนไม่มีเวลาวางแผนอนาคตครับผมเคยถามเพื่อนหลายคนนะว่าจบไปจะทำอะไรว่ะมันตอบว่าไงรู้ไหม"เรียนจบแล้วค่อยว่ากัน..."ถ้าคุณหรือใครหลายๆคนยังคิดแบบนี้อยู่ไม่มีเวลาเตรียมตัวมันก็เหมือนกับนักบอลขาดซ้อมแหละครับไม่ฝึกซ้อมไม่เตรียมการสุดท้ายก็จะโดนขายทิ้งครับชีวิตคุณหายนะแน่นอนครับถึงเวลาแล้วมาวางแผนอนาคตและลงมือทำกันได้แล้วครับ...

ทำไมต้องทำธุรกิจเครือข่าย



ทำไมเราต้องเลือกอาชีพเสริมที่เป็นธุรกิจเครือข่าย?
เหตุผลง่ายๆก็เพราะเครือข่ายนั้นเป็นธุรกิจที่ลงทุนน้อยแต่ได้ผลกำไรตอบแทนสูงมากๆนั่นเอง ปัจจุบันตามหลักทฤษฎีเงินที่ด้านของ โรเบิร์ต คิโยซากิ แล้ว ท่านได้แบ่งคนทั้งโลกออกเป็น 4 ประเภท คือ 


ประเภทที่ 1 คือตัว E หมายถึง ลูกจ้าง ตัวอย่างเช่น งานประจำ ข้าราชการ เป็นต้น
ประเภทที่ 2 คือตัว S หมายถึง ธุรกิจเจ้าของคนเดียว ตัวอย่างเช่น เจ้าของร้านขายของชำ เจ้าของร้ายก๋วยเตี๋ยว เป็นต้น 
ประเภทที่ 3 คือตัว B หมายถึง ธุรกิจเครือข่าย ตัวอย่างเช่น J&C กิฟฟารีน เอ็ม-สตาร์ แอมป์เว เป็นต้น 
ประเภทที่ 4 คือตัว I หมายถึง ธุรกิจการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ตัวอย่างเช่น หอพัก ตึกแถว บ้านเช่า เป็นต้น

โรเบิร์ต คิโยซากิ บอกว่า ด้านซ้าย คือ EและS ส่วนด้านขวาคือ BและI มีความแตกต่างกันที่ด้านซ้ายถ้าคุณหยุดทำงานเมื่อไหร่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามคุณจะไม่มีทางได้รับเงินทันทียกตัวอย่างเช่น ลางาน ไม่สบาย ปิดร้าน เป็นต้นส่วนด้านขวาคือธุรกิจที่ ในเมื่อคุณไม่ทำงานแต่เงินก็ยังไหลเข้ากระเป๋าของคุณอยู่ตลอดเวลา เช่น ถ้าเรามีเครือข่ายใต้องค์กร 1 แสนคน คนเหล่านี้ก็ยังหาเงินให้คุณเรื่อยเหมือนกับตัว I ธุรกิจการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ เหมือนคุณมี หอพักให้คนอื่นเช่าถึงคุณไม่ทำงานแต่ก็ยังได้ค่าเช้าหอพักทุกเดือน เอาล่ะครับคุณเห็นถึงความแตกต่างล่ะหว่างด้านซ้ายและด้านขวารึยังล่ะครับ
โรเบิร์ต คิโยซากิ ยังบอกอีกว่า คนที่อยู่ประเภทด้านซ้ายจะมีพ่อจนเป็นคนสอน พ่อจนในที่นี้หมายถึงอะไร ตอนด็กๆคุณเคยได้ยินคำเหล่านี้ไหมครับ ที่พ่อของคุณจะบอกเสมอว่า "ตั้งใจเรียนเรียนให้เก่งๆนะลูกจบไปแล้วจะได้หางานดีๆทำ" ส่วนพ่อรวยจะสอนลูกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง พ่อรวยจะสอนว่า "ลูกจะทำแบบนั้นไปเพื่ออะไรในเมื่อลูกทำงาน 10 ปี บริษัทก็ไม่ใช่ของลูกอยู่ดี โอนไปให้ลูกให้หลานก็ไม่ได้"พ่อรวยจะสอนให้เราเสาะหาธุรกิจทำจะไม่สอนให้เราเป็นลูกจ้างใครเพราะเป็นลูกจ้างไม่มีทางรวย ทุกท่านสามารถเข้าไปศึกษาเพิ่มเติมได้จากกการอ่านหนังสือ "พ่อรวย สอนลูก"

สุดท้ายนี้ผมจะบอกท่านผู้อ่านทุกท่านว่า ธุรกิจเครือข่ายเป็นธุรกิจที่สวยงามและสมบูรณ์แบบที่สุดเป็นอาชีพเสริม ที่ทำเพื่อหยุดทำในเวลาไม่เกิน 5-10 ปี เพราะเมื่อองค์กรของท่านโตในระดับหนึ่งแล้วท่านก็จะสามารถ เกษีณอายุตัวเองได้ ในตอนนั้นท่านก็จะมี อิสระทางเวลา และ อิสระทางการเงิน อยากจะกินอะไรก็กินอยากจะซื้ออะไรก็ซื้อเพราะท่านจะยังมีเงินไหลเข้ากระเป๋าของท่านอยู่ตลอดเวลาเพราะนั่นคือความสวยงามของธุรกิจเครือข่ายขอบคุณครับ...

ทำไมเราต้องทำอาชีพเสริม??


เพราะอะไรเราจึงต้องทำ อาชีพเสริม เหรอครับ ??เป็นคำถามที่สุดจะ คลาสสิค มาก ผมจะตอบให้ สั้นๆ แต่ได้ใจความก็ได้ว่า เพราะทุกวันนี้ เงินเดือนที่กินอยู่ทุกเดือนมันไม่พอกินไม่พอใช้ยังไงล่ะครับ เหตุผลทำไมเหรอ?? ก็เพราะทุกวันนี้ เรายังใช้วิธีการหาเงินแบบเดิมๆ อยู่คือการเป็นลูกจ้างไงล่ะครับคุณเคยสงสัยอีกไหมล่ะว่าทำไมเป็นลูกจ้างแล้วมันไม่รวยสักทีผมก็จะบอกว่าถ้าเป็นสมัย 10-20 ปี ก่อน คุณอาจจะรวยจากการเป็นลูกจ้างเพราะสมัยก่อน ทอง บาทล่ะ 4000 บาท คิดตามนะครับ แต่เราจบ ปริญญาตรีมาได้เงินเดือนเดือนล่ะ 8000บาท แสดงว่าจบมาก็ซื้อทองได้เดือนล่ะ 2 บาทถูกไหมครับ ทองคำวัดอะไรเหรอครับ สมัยก่อน ประเทศไหนมีทองคำสำรองเก็บไว้เยอะเค้าถือว่าประเทศนั้นร่ำรวยครับ ทุกวันนี้ก็เช่นกันครับใครมี ทอง เยอะเป็นเครื่องแสดงว่าบุคคลนั้นเป็นผู้มีฐานะหรือมีเงิน นั่นเอง แล้วทุกวันนี้เกิดอะไรกับการหาเงินแบบเดิมๆตอบง่ายๆก็เพราะเดี๋ยวนี้จบปริญญาตรีมาเงินเดือน เดือนล่ะ 10000-15000บาท แต่ทองคำราคาพุ่งไปที่  25000 บาท จบมายังซื้อทองไม่ได้สักบาทถูกไหมครับ เหมือนเมื่อสมัย 10-20ปีก่อนราคาน้ำมันลิตรล่ะ 6 บาทเดี๋ยวนี้ลิตรล่ะ 40บาท ข้าวสมัยก่อนจานล่ะ 5-10บาท เดี๋ยวนี้จานล่ะ 40-60 บาท เห็นรึยังครับว่าเดี๋ยวนี้ของรอบตัวเรามันแพงขึ้น 5-6 เท่า!!แต่เงินเดือนที่เราได้มากลับเพิ่มมาไม่กี่ พัน บาท ถ้าคุณยังใช้วิธีการหาเงินแบบเดิมๆอยู่ผมกล้ารับรองเลยว่าคุณ อดตาย!! แน่นอน ครับ นี่แหละจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมพวกเราต้องมองหา อาชีพเสริม ทำ!!
ทำไมต้องทำธุรกิจ??
แต่  เอ๊ะ !! อาชีพเสริม ก็มีอยู่มากมายแต่ทำไมเราต้องมาทำธุรกิจด้วย??เป็นคำถามที่ชวนสงสัยอีกแล้วใช่ไหมครับ ก็เพราะผมเคยถามตัวเองว่า ถ้าผมอยากได้เงินเดือนเดือนล่ะ 100000 บาทผมต้องทำอาชีพอะไร ผมมองไปที่พ่อกับแม่ผมรับราชการมา 25 ปี เป็นถึงข้าราชการระดับ C8 นะครับ แต่ได้เงินเดือนเดือนล่ะ40000-50000บาทเอง ครับท่านก็ลองคิดดูก็แล้วกัน แต่ พ่อของเพื่อนผมทำธุรกิจค้าขายได้กำไรเดือนล่ะเป็นแสนๆบาท บางเดือนเป็นล้านๆนั่นแหละครับธุรกิจที่ผมเสาะหามานานคือการทำธุรกิจ...
ทำไมต้องทำเครือข่าย??
แต่พอรู้แล้วผมก็มองมาที่ธุรกิจอีกว่าถ้าทำแล้วเราควรจะทำธุรกิจอะไรดีครับ ตอนนั้น ผมก็มองหาธุรกิจเครือข่ายที่ดีทำ เพราะผมรู้ว่าคนรวยเขาทำเครือข่าย กันครับ นั่นไงผมเริ่มมีคำถามเข้ามาในหัวอีกว่าทำไมพวกคุณๆท่านๆทั้งหลายเรียน จบปริญญามาสูงส่ง แต่กลับได้เงินเดือนแค่เดือนล่ะครั้งคุณเคยคิดไหมครับ ว่าทำไม??  แต่ทำไมคนที่ทำเครือข่ายกลับมี รายได้เป็น วินาที หรือต่อชั่วโมง หรือ ต่อวัน!! ผมยกตัวอย่างง่ายๆ ก็ 7-11 เรานี่แหละครับมี 7000สาขาทั่วประเทศ เป็นเครือข่ายไหม  เป็นครับ เปิด 24 ชั่วโมงมีคนเข้าตลอดได้เงินเป็นวินาทีแน่นอนครับ ธุรกิจเครือข่ายคือธุรกิจที่ทำเพื่อหยุดทำครับ !! เออ..น่าคิดเนอะหยุดทำแล้วทำไมมันได้เงิน คุณลองสังเกตุนะครับทุก วันนี้ คุณ กินเบียร์ กินเหล้า ทุกวันใช่ไหมครับ เจ้าของเขาเคยมาขายคุณไหมครับ ไม่เคยครับ แต่เจ้าของเขาอาจจะไปอาบแดด  ที่ ฮาวาย ไปล่องเรือยอร์ช ที่ต่างประเทศ แต่ เงิน ก็ยังเข้ากระเป๋าเขาทุกวันนี่แหละครับความสวยงามของเครือข่ายมีสาขาไว้ทำงานแทนเรา จำเอาไว้นะครับ คนรวย ใช้เงินต่อเงินครับ...
แล้วทำไมผมต้องทำธุรกิจเครือข่ายกับคุณ??
มีคนถามคำถามนี้กับผมเยอะมากครับ จนผมตอบแทบไม่ไหว แต่วันนี้ผมจะมาตอบกันให้กระจ่างไปเลย เพราะทุกวันนี้อะไรที่อยู่รอบตัวเราก็เป็นเครือข่ายไปหมด โทรศัพท์มือถือ Face Book ที่เราเล่นกันทุกวัน 7-11  ที่เราเดินเข้ากันทุกวัน google ที่พวกคุณๆทั้งหลายใช้หาข้อมูลกันทุกวันก็ล้วนแต่เป็น เครือข่าย ทั้งสิ้น แต่ผมขอถามคำถามหนึ่งกับพวกคุณ นะครับว่า พวกคุณมีเงินเป็น พัน เป็น หมื่นล้านแล้วเหรอครับ พร้อมที่จะลงทุนแล้วเหรอครับ นั่นไง อ่ะ!!! ผมลดลงมาหน่อยนึง 7-11 แล้วกัน ใช้เงินลุงทุนประมาณ 6 ล้าน คุณมีแล้วหรือยัง?? หรือถ้ามีแล้วคุณพร้อมที่จะเสี่ยงหรือยังครับ?? นี่แหละครับเหตุผลที่พวกคุณควรมาทำธุรกิจเครือข่ายกับผม เพราะอะไร?? มันลงทุนน้อยไง แต่ได้ผลกำไรตอบแทนมากมายมหาศาล แล้วก็จะมีคำถาม ถามผมกลับมาอีกว่า พี่ครับๆ เสี่ยงไหมถ้าผมจะลงทุนกับพี่ ผมก็จะบอกเลยครับว่า น้องคิดว่า คนที่ลงทุน ไม่กี่ ร้อย ไม่กี่ พัน ไม่กี่ หมื่น กับคนที่เขาเป็นเจ้าของแต่ลงทุนไปเป็น พัน เป็น หมื่นล้าน น้องคิดว่าใครเสี่ยงกว่ากัน แล้ว น้องคิดไหมว่า คนที่ลงทุนไม่กี่ ร้อย ไม่กี่ พัน ไม่กี่ หมื่น กับคนที่ลงทุนไปเป็น พัน เป็นหมื่นล้าน ใครอยากเจ้งมากกว่ากัน นั่นแหละคือคำตอบของความเสี่ยงที่คุณถามผมมาครับ ผมขอฝากทิ้งท้ายไว้หน่อยหนึ่งว่า การที่คุณทำงานประจำ หรือ เป็นลูกจ้าง มันก็ไม่ต่างอะไรกับการที่คุณไปปลูก ต้นแอปเปิ้ลในที่ของคนอื่นหรอกครับคุณ รด น้ำ พรวนดินมันมากับมือ แต่พออยากกิน ผล แอปเปิ้ล คุณยังต้องเสียเงินซื้อเลย ก็เหมือน งานประจำที่คุณทำ ทำงานมา 10 ปี บริษัทก็ไม่ใช่ของคุณหรอกครับโอนไปให้ลูกให้หลานก็ไม่ได้...