วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

7 นิสัยพึงมีถ้าอยากรวย


7 นิสัยพึงมี...ถ้า อยากรวย!!
จากงานวิจัยบันลือโลกที่จัดทำโดย โธมัส สแตนลีย์ ผู้สัมภาษณ์ "เศรษฐีข้างบ้าน" มาแล้ว 1,100 คน พบว่า "คนที่รวยจริงๆ"อาจมีวิธีสร้างตัวต่างกัน แต่กลับมีคุณลักษณะเหมือนกัน 


7 ประการต่อไปนี้

1) เลือกอาชีพที่ "ใช่" 
"เจ้าของเงินล้าน" อาจมีอาชีพหลากหลาย แต่สำคัญมันต้องเป็นอาชพีที่ "ใช่" สำหรับเขาเท่านั้น 
จริงอยู่ที่ผู้ประกอบการมีโอกาสเป็น "เจ้าของเงินล้าน" เร็วกว่าคนทั่วไป 4 เท่า แต่กระนั้นก็ไม่พบว่า
มีธุรกิจประเภทหนึ่งประเภทใดที่จะประสบความสำเร็จมากกว่าประเภทอื่นๆ สรุปว่าความร่ำรวยมา
จากลักษณะนิสัยของพวกเขา มากกว่าประเภทธุรกิจที่เลือกทำ


2) มุ่งสร้างตัวด้วยสองมือเปล่า ไม่สนใจมรดกหรือการสนับสนุนจากพ่อแม่
80% ของ "เจ้าของเงินล้าน" สร้างเงินล้านด้วยมือเขาเองล้วนๆน้อยคนที่จะพี่งพาพ่อแม่หรือ
เฝ้ารอมรดกยิ่งเริ่มต้นจากมือเปล่า พวกเขาก็ยิ่งแกร่ง ส่วนใหญ่สามารถยืนได้บนลำแข้ง
ของตัวเองตั้งแต่อายุยังน้อย


3) ทุ่มเทเวลาส่วนใหญ่ไปกับการวางแผนสร้างตัว
"เจ้าของเงินล้าน" มักใช้เวลาเฉลี่ยวันละ 8 ชั่วโมงต่อเดือนกับการวางแผนชีวิต 
ขณะที่คนทั่วไปใช้เวลาคิดแต่เรื่องหา..........ความสุข

4) ให้ความสำคัญกับอิสรภาพทางการเงินมากกว่าสถานะทางสังคม
"เจ้าของเงินล้าน" ตัวจริงชอบใช้ชีวิตแบบชนชั้นกลาง อยู่ในบ้านขนาดพอสบาย ขับรถยี่ห้อ
ทั่วๆไปที่ใช้งานได้ดี พวกเขาไม่ชอบแข่งขันเอาหน้ากับใคร จึงไม่ต้องมีหนี้ก้อนใหญ่ไว้
คอยฉุดดึงชีวิต

5) ใช้จ่ายอย่างมีเหตุผล
คนส่วนใหญ่ถึงทำงานหนัก กระเป๋าหนัก แต่มักใช้จ่ายหนักด้วย จึงรวยไม่สำเร็จ ตรงกันข้ามกับ
"เจ้าของเงินล้าน" ที่ทั้งทำงานหนัก กระเป๋าหนัก แต่คิดหนักด้วยเมื่อใช้จ่ายเปรียบคนทั่วไป
เป็นนักฟุตบอลกองหน้าที่มุ่งแต่จะทำเกม จนเสียประตู แต่คนรวยพวกนี้ให้ความสำคัญกับ
การรักษาประตูเท่า ๆ กับการทำเกม
 


6) มุ่งมองหาสิ่งที่ดีกว่าอยู่เสมอ
"เจ้าของเงินล้าน" ไม่ชอบลงทุนกับสิ่งไร้สาระ แต่จะลงทุนกับนวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะทำให้เขา
ร่ำรวยขึ้น พวกเขาสนใจเรื่องหลากหลาย ตลาดใหม่ๆ ซอฟท์แวร์ดีๆ คำแนะนำเรื่องภาษี
กฎหมาย เทคโนโลยี ข่าวสาร การศึกษา ฯลฯ สิ่งใดที่ทำให้ชีวิตเขาพัฒนา
เขาก็พร้อมจะลงทุนกับมัน


7) สร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกหลานพึ่งพาตัวเอง
อย่าให้ลูกหลานมาผลาญเงินเราได้ ต้องสอนให้ลูกหลานหัดทำมาหากินด้วยลำแข้งตัวเอง
 


สุดท้าย....นี้ขอให้ทุกคนที่อ่านบทความนี้จนจบ รวย รวย รวยจ้า......

บทความจาก: 
ichumphae

มาดูเคล็ดลับของคนรวย


ใครอยากรวย... เรามีวิธี และเคล็ดลับมาฝาก

อยากรวยทำไงดี... เชื่อว่าคงเป็นคำถามใครต่อใครก็ต้องการคำตอบ ก็แหม... จะมีซักกี่คนที่ไม่อยากรวย (จริงป่ะ) ซึ่งจริงๆ แล้วทุกคนก็ใช่ว่าจะเกิดมาบนกองเงินกองทอง คาบช้อนเงินช้อนทองออกมาตั้งแต่แบเบาะ แต่ความสำเร็จในการหาเงิน เป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถสร้างได้เสมอ สำคัญว่าจะต้องค้นพบตนเอง และดึงเอาศักยภาพของตนออกมาใช้ให้ได้เท่านั้น... 

วันนี้เราจึงหยิบเอา 5 วิธีง่ายๆ ที่จะทำให้คุณรวยแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว ซึ่งเป็นเคล็ดลับของ "อาจารย์บุญส่ง" เจ้าอาวาสวัดถาวรวราราม อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา สงฆ์อนัมนิกาย หลังจากท่านศึกษาศาสตร์ตะวันออกอย่างฮวงจุ้ย แล้วนำมาประยุกต์ชี้ทางรวยให้คนได้เป็นเศรษฐีมาแล้วมากต่อมาก…

1. วางเป้าหมาย 
อาจารย์บุญส่ง กล่าวว่า คนจะประสบความสำเร็จได้ สิ่งแรกต้องทำ คือการตั้งเป้าหมายแล้วเดินไปสู่เป้าหมายนั้น การตั้งเป้าหมายจะทำให้เกิดการวางแผน การดำเนินงานที่ชัดเจน มีการวางกรอบเวลาที่แน่นอน หากวางเป้าหมายผิดพลาด ทุกอย่างก็จะผิดพลาดคลาดเป้าไปด้วย เช่น ไทเกอร์ วูดส์ นักกอล์ฟมือ 1 ของโลก ไม่ได้ตั้งเป้าหมายที่เงินรางวัล แต่เป้าหมายของเขาอยู่ที่ทำอย่างไรถึงจะเป็นที่ 1 ในกีฬากอล์ฟ เขาฝึกฝนอย่างหนัก ในที่สุดก็ครองมือหนึ่งของโลก จากนั้นเงินก็ไหลมาเทมาอัตโนมัติ

2. ฉลาดเลือก
ต้องรู้จักเลือกสิ่งดีๆ ให้ตนเอง สมมติมีงานชิ้นหนึ่งจะต้องทำ ซึ่งไม่ทำไม่ได้ แต่งานชิ้นนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือเกิดรายได้เพียงน้อยนิด ถ้าเช่นนั้นจะเป็นไปได้หรือไม่ที่จะมอบหมายให้คนอื่น (ที่มีรายได้ต่อนาทีที่ต่ำกว่าเรา) ไปดำเนินการแทน ด้วยวิธีนี้เราไม่ต้องเสียเวลากับงานชิ้นนั้น และงานชิ้นนั้นก็ไม่เสียด้วย อย่างนี้คือการฉลาดเลือก

3. เพิ่มผลผลิตของเวลา 
ทรัพยากรที่มีค่าที่สุดคือเวลา ใน 1 วัน เราทำงานกี่ชั่วโมง นำวันทำงานทั้งหมดมาคิดเป็นจำนวนกี่ชั่วโมง กี่นาที แล้วเอาจำนวนนาทีทั้งหมดไปหารายได้ทั้งปี นี่คือการหาค่าของนาทีว่า นาทีหนึ่งของเรามีค่าเท่าไหร่ จากนั้นก็ไปเพิ่มผลผลิตของเวลา การเพิ่มผลผลิตของเวลา เช่น วันหนึ่งอ่านหนังสือได้ 50 หน้า และถ้าในหนึ่งวันเราอ่านหนังสือได้มากกว่า 100 หน้า อันนี้เรียกว่าการเพิ่มผลผลิตของเวลา ถ้าเพิ่มผลผลิตได้สูง เราก็พัฒนางานของเราได้สูง ที่สำคัญคือเราได้พัฒนาตัวเราเองด้วย

4. ชีวิต (ต้อง) ลิขิตเอง 
การที่คนไม่ให้ความสำคัญกับตัวเอง แล้วปล่อยเวลาให้เป็นไปตามยถากรรม แต่พอเกิดปัญหาขึ้นมาก็โทษดวงชะตา โทษฟ้าลิขิต ซึ่งเป็นข้ออ้างและเป็นจุดอ่อนที่ทำให้ไม่พัฒนาตัวเอง ถ้าจะดูความสำเร็จของคน ต้องดูจากสมุดบันทึกของเขา เช่น "เสี่ยจิ้น" เจ้าของโรงแรมแม่น้ำ เขาเดินทางจากเมืองจีนมาอยู่เมืองไทย เริ่มอาชีพด้วยการหาของเก่าขาย พอมีเงินก็ประกอบกิจการค้าไม้ เปิดโรงแรมเป็นโรงแรมเล็กๆ จากนั้นขยับขยายจนมีเป็นเจ้าของโรงแรมแม่น้ำ เสี่ยจิ้นมีวิสัยทัศน์กว้างไกล เริ่มงานใดแล้วสู้ไม่ถอย จนประสบความสำเร็จ 

5. กล้าเปลี่ยนแปลง 
การที่เสี่ยจิ้นประสบความสำเร็จก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าของโรงแรมแม่น้ำได้ เพราะเขาไม่ยอมหยุดกับสิ่งเดิมๆ เมื่อเห็นว่ามีโอกาสเขาก็กล้าที่จะเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องแสดงความกล้าออกมา 5 เรื่องใหญ่ที่ควรเปลี่ยนมีดังนี้ ความคิด,พฤติกรรม,ที่อยู่อาศัย, สถานประกอบการ และสิ่งแวดล้อม สิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องใช้ศาสตร์อย่างฮวงจุ้ย ประยุกต์ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี 


มีวิธีการที่ทำให้เราประสบความสำเร็จในชีวิตได้ เหล่าเศรษฐีทั้งหลายใช้ได้ผลมาแล้ว จงศึกษาวิธีเหล่านี้คงไม่ใช่เรื่องเสียหาย และเชื่อว่าถ้าไม่ดีจริงเขาคงไม่ประสบความสำเร็จเช่นนี้ 


ข้อมูลจาก Today
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต 
เรื่อง : วรธาร ทัดแก้ว

แนวคิดในการทำธุรกิจ


 




 


 

การตั้งเป้าหมายในชีวิต กับ สมคิด ลวางกูร แนวความคิดของ "เด็กวัด" ที่กลายมาเป็นเศรษฐีได้
ที่ไม่ยอมแพ้ต่อชตาชีวิตที่เคยล้มเหลวกับชีวิตมาถึง 4 ครั้งใหญ่ๆ 
จนถึงขั้นหมดเนื้อหมดตัวคิดแม้กระทั่งจะฆ่าตัวตาย
แต่แล้วเขาทำยังไงถึงกับมาเป็นเศรษฐีได้อีกครั้ง ด้วยการตั้งเป้าหมายในชีวิต


เพราะคนเก่ง ไม่ใช่ไม่เคยทำอะไรผิดพลาด
แต่คนเก่งคือคนที่พลาดแล้วแก้ไขปัญหาได้เร็ว
ตัน ภาสกรนที คือคนเก่งในนิยามนี้ครับเพราะเขาเชื่อว่า
ทุกปัญหาล้วนมีทางออกชีวิตดังนั้น
 ชีวิตของคุณตัน จึงไม่เคยมีทางตัน




10 วลี ทรงพลังเพื่อคนคิดบวก และคนที่จะประสบความสำเร็จในธุรกิจ
".......ฉันผิดเอง, ฉันขอโทษ, คุณทำได้, ฉันเชื่อมั่นในตัวคุณ, ฉันภูมิใจในตัวคุณ, ขอบคุณ, 
ฉันต้องการคุณ, ฉันวางใจในตัวคุณ, ฉันเคารพคุณ,­ ฉันรักคุณ..........

นิทานข้อคิดเปลี่ยนชีวิต


นิทานทฤษฏีท่อส่งน้ำ เปรียญเทียบคนรวย กับคนจน

เมื่อก่อนผมก็เคยคิดในแบบของคนทำงาน ที่คิดว่าถ้าอยากได้เงินเยอะ ก็ต้องทำงานมากขึ้นสิถึงจะถูก แต่พอดู vdo นี้จบก็เริ่มคิดได้ว่า มันคงไม่ใช่แล้วมั้ง ผมจึงเริ่มแสวงหา สิ่งที่จะทำให้คนธรรมดาอย่างผม

 "..สามารถสร้างท่อส่งน้ำกับเขาได้บ้าง.."




ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับเรา Topup2rich  ความสำเร็จรอคุณอยู่ที่นี้

ทำธุรกิจถูกที่ 1 ปีก็รวย

ทำถูกที่ 1 ปีรวยค่ะ ทำผิดที่ 10 ปีก็ยังอยู่ที่เดิม
หากธุรกิจใดไม่มีการรักษายอด นั่นหมายถึงรายได้จะมาจากการรีครูซคนใหม่เท่านั้น ซึ่งจะเข้าข่ายมันนี่เกมส์
แต่การรักษายอดใน MLM ทั่วๆ มันคือสิ่งที่ฝืนต่อความรู้สึกเพราะการที่จะต้องถูกบังคับให้ซื้อสินค้าในสิ่งที่ไม่ต้องการกินหรือใช้ โดยเฉพาะมีราคาที่สูงเพื่อที่จะเอาเงินที่บวกเข้าไปมาจ่ายกันในแผน มันก็ทำให้คนต้องเจ็บปวดค่ะ ดิฉันก็แสวงหามานาน จนมาเจอแนวธุรกิจแบบ Topup2Rch ที่มันตอบโจทย์ทั้งหมด เพราะการรักษายอดใน Topup2Rich ไม่ต้องควักเงินซื้อสินค้า แต่เป็นการจ่ายบิล ค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมทั้งการเติมเงินมือถือ ที่ทุกคนจะต้องจ่ายอยู่แล้ว และใน

Topup2Rich แตกต่างจากธุรกิจเติมเงินมือถืออื่นๆตรงที่ธุรกิจอื่นๆ ต้องจ่ายรายเดือนๆละ 150-200 บาททุกเดือนเพื่อที่จะเอาเงินตรงนี้มาจ่ายในแผนซึ่งไม่ถูกต้องครับ เอาเงินสมาชิกมาจ่ายกันเองเป็นเงินกินเปล่า อันนี้ก็อันตรายเหมือนกัน แถมไม่ได้สินค้าอีกตะหาก

ส่วน Topup2Rich คุณจ่ายตามความเป็นจริง ค่ะ เติมเงินมือถือ 100 บาทก็ได้เงินในมือถือ 100 บาท แถมยังสะดวกสะบายที่ไม่ต้องเสียเวลาเดินไปซื้อบัตรเติมเงินที่ 7-11 หรือบางคนโต้แย้งว่าทำไมต้องเสียค่าส่ง sms ด้วย ก็แล้วที่ไปเติมเงินที่ตู้เติมเงินหยอดเหรียญแล้วโดนชาร์ทครั้งละ 3 บาท ทำไมไม่เห็นบ่น แต่ Topup2Rich มันอำนวยความสะดวกที่คุณไม่ต้องเสียแรงเสียเวลา เติมเงินบนเตียงนอนได้เลยแลกความสะดวกสบายกับการส่ง SMS ครั้งละ 1-3 บาทเดือนนึงจะเติมสักกี่ครัง ทีโดนหลอกไปเสียเงินลงโค๊ดมากี่บริษัท หมดไปกี่พันกี่หมื่นแล้ว ไม่เห็นเข็ด และการเติมเงินของ Topup2Rich ทำผ่านมือถือซึ่งในยุคนี้หาคนไม่ใช้มือถือสักคนนี่ยังยากเลยครับ แต่ถ้าเป็นการทำธุรกรรมผ่านเน็ต คนไทยส่วนมากยังเข้าไม่ถึงค่ะดังนั้นถ้าวันนี้จะทำการตลาดก็ควรมองตลาดที่เป็นตลาดส่วนใหญ่ค่ะ

เพราะเราทำเครือข่าย เราต้องหาธุรกิจที่ลดข้อจำกัดเนื่องจากสิ่งที่เราสูญเสียคือต้นทุนทางเวลาค่ะทำถูกที่ 1 ปีรวยค่ะ ทำผิดที่ 10 ปีก็ยังอยู่ที่เดิมเพราะต้องเปลี่ยนธุรกิจใหม่ทุกๆ 3-6 เดือน เชื่อไม่เชื่อก็ตามใจค่ะ



บทความจาก  วารินา ปุญญาวัณน์

ธุรกิจแนวใหม่ในวงการ


Topup2Rich (ท๊อปอัพ ทู ริช)  ผุดธุรกิจแนวใหม่ กับสุดยอดเทคโนโลยีอันทันสมัย
ที่จะเปลี่ยนรายจ่ายประจำของคุณ ให้เป็นรายได้หลักแสนต่อเดือน




        Topup2Rich  ชูจุดเด่นของธุรกิจ เปลี่ยนรายจ่ายประจำ ให้เป็นรายได้หลักแสนต่อเดือน อะเมซซิ่ง " Topup2Rich " ธุรกิจเชิงขายตรงรูปแบบใหม่ผุดสุดยอดเทคโนโลยี อันทันสมัยที่จะทำให้คุณมีรายได้จากรายจ่าย โดยใช้โทรศัพท์เครื่องเดิมของคุณ เติมเงินได้ทันที เป็นเค้าเตอร์เซอวิสเคลื่อนที่ ขยายเครือข่ายด้วยการบอกต่อ

       น่าจับตามองอย่างยิ่งสำหรับ บริษัท ท๊อปอัพ ทู ริช จำกัด ที่เปิดตลาดด้วยการนำ เทคโนโลยี สมัยใหม่บวกกับแผนการตลาด ที่ลงตัว ออกมาเขย่าวงการธุรกิจเครือข่าย

       ปัจจุบันโทรศัพท์เป็นปัจจัยที่ 5 ของผู้คนในสังคม ดังนั้น คุณ ศรวัสย์ ไพศาลศรวัส จึงได้นำเอามือถือมาต่อยอดกับเทคโนโลยีที่มีอยู่ มาทำการตลาดในรูปแบบเครือข่าย โดยบริการนั้น ก็คือการเติมเงินมือถือ ที่ทุกคนสามารถทำรายได้ทั้งบนโทรศัพท์มือถือ โดยการโหลดแอพพิเคชั่น มาลงในโทรศัพท์ที่ท่านใช้อยู่ ท่านก็จะสามารถทำการเติมเงินโทรศัพท์ ผ่านทางมือถือของท่านได้ทันที แอพพิเคชั่นดังกล่าว สามารถใช้ได้กับระบบเครือข่ายมือถือได้เกือบทุกเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็น AIS,DTAC,TRUE ยกเว้น TOT เพียงโอนเงินจากบัญชีเข้าไปในกระเป๋า e-wallet แล้วก็เริ่มทำรายการ ซึ่งระบบถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่าย ดังนั้น ผู้ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีก็สามารถทำธุรกรรมผ่านทางมือถือได้อย่างไม่ยากเย็น  ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายแทนการชำระผ่านช่องทางเคาน์เตอร์เซอร์วิส

        สำหรับผลตอบแทน ที่ผู้ทำธุรกิจ Topup2Rich จะได้รับนั้น รายได้จะเกิดจากการเติมเงินโทรศัพท์ผ่านระบบ และ การแนะนำบอกต่อกันไป โดยเริ่มต้นจากการสมัครสมาชิก ก็คือการสั่งซื้อแฟรนไชน์ เพื่อนำเบอร์โทรศัพท์ของเรา ไปเชื่อมต่อกับระบบของบริษัท แฟรนไซส์ราคารหัสละ 1000 บาท ซึ่งสามารถใช้ได้ตลอดไป หากมีการแนะนำหรือการบอกต่อเกิดขึ้น ก็จะได้รับโบนัสขยายแฟรนไชน์ 200 บาท นอกจากนี้ยังจะได้รับเงินคืนเป็นเปอเซ็นต์ ในอัตราที่กำหนด จากการที่ท่านและเครือข่ายของท่านเติมเงินโทรศัพท์ผ่านระบบ Topup2Rich

         ด้านความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจนั้น คุณ ศรวัสย์ ไพศาลศรวัส ประธาน บริษัท ท๊อปอัพ ทู ริช ได้ไปยื่นจดทะเบียนกับ สคบ. เนื่องจากเห็นว่าลักษณะการทำธุรกิจและการจ่ายผลตอบแทนดังกล่าว น่าจะเข้าคุณสมบัติของการดำเนินธุรกิจ ขายตรง แต่เมื่อยื่นเรื่องไปกลับปรากฏว่าทาง สคบ. บอกว่าสามารถดำเนินธุรกิจได้ทันที โดยไม่ต้องจดทะเบียน เป็นบริษัทขายตรงแต่ประการใด เนื่องจากเป็นสินค้าประเภทบริการที่แตกต่าง ไปจากธุรกิจขายตรงอื่นๆ

         คุณศรวัสย์ ไพศาลศรวัส ประธาน บริษัท ท๊อปอัพ ทู ริช เปิดเผยว่า ในฐานะที่อยู่ในวงการเครือข่ายมาอย่างยาวนาน Topup2Rich เป็นธุรกิจที่สอดรับกับวิถีชีวิตของผู้คนมากที่สุด เพราะทุกคนต้องมีค่าใช้จ่ายทุกเดือนอยู่แล้ว หากมาทำธุรกิจตัวนี้ วิถีชีวิตก็ไม่ได้เปลี่ยนไปมาก เพียงแค่เปลี่ยนที่เติมเงินมือถือจาก เคาร์เตอร์เซอวิส หรือ ตู้เติมเงินหยอดเหรียญ มาเติมผ่านระบบ Topup2Rich บนหน้าจอโทรศัพท์มือถือของคุณเอง ซึ่งจะได้รับปันผลจากการเติมเงินโทรศัพท์ กลับคืน และ ถ้าหากขยายแฟรนไชน์ได้ (แนะนำคน) ก็จะได้รับโบนัสตาม 
แผนการตลาด ที่ทางบริษัทกำหนดไว้แล้ว นอกจากนี้ยังได้เปอร์เซ็นต์จากเครือข่ายใต้สายงานทุกครั้ง ที่เขาทำรายการผ่านมือถือ

สองเดือนรับแล้วครึ่งล้าน


ผมเริ่มทำธุรกิจ Topup2rich ได้สองเดือนกว่าๆรับมาแล้ว ครึ่งล้าน ?
         สวัสดีสมาชิกครอบครัว Topup2rich ทุกคน และ ผู้ที่กำลังให้ความสนใจในธุรกิจ Topup2rich ทุกท่านนะครับ ผมขอแนะนำตัวเองก่อน ผมชื่ออดุลย์ ปาโผ ชื่อเล่น ก้อง ปัจจุบันผมอายุ 21 ปี เป็นนักศึกษาปี 4 ยังเรียนไม่จบ ก้องเป็นสมาชิก topup2rich คนหนึ่งที่อยากจะมาแชร์ประสบการณ์ในการทำธุรกิจ ตั้งแต่ที่ตัวผมเองได้ เริ่มต้นทำธุรกิจได้ 2 เดือนกว่าๆ ต้องบอกว่าอัดอั้น ตันใจอย่างแรง จนเก็บไว้คนเดียวไม่ได้ อยากจะบอกต่อเพื่อนๆพี่ๆทุกคนให้ได้ทราบเหลือเกิน ถึงรายได้ที่ผมได้รับ จาก topup2rich  ว่ามันมหาศาลแค่ใหน กับระยะเวลาแค่ 2 เดือน  ตัวผมเองสมัครธุรกิจ ตั้งแต่เดือน สิงหาคม วันที่ 20 ( ตอนนั้นระบบคำณวนคอมมิชชันยังไม่เสร็จ ) และได้เริ่มต้นทำธุรกิจอย่างจริงจัง วันที่ 1 กันยายน เป็นต้นมาระยะเวลาจากเดือน กันยายน 2555 ที่ผมเริ่มทำ มาถึงตอนนี้วันที่ 19 พฤศจิกายน 2555  รวมเวลาประมาณ 79 วัน ( สองเดือนกว่าๆ ) รายได้รวมทั้งหมด ที่รับมาแล้วตอนนี้ 513,840 บาท จากภาพตัวอย่างด้านล่าง ( ภาพรายได้รวม )
รายได้จากโบนัสการจับคู่  469,840  บาท




รายได้ค่าขยายแฟรนไชส์  16,000  บาท




และรายได้ที่ผมเบิกมาก่อนหน้านี้ที่ไม่ได้อยู่ในระบบ  10 กว่าวันแรก ที่เข้ามาทำระบบเช็ครายในเว็บไซต์
ยังไม่เสร็จ ก็เลยเบิกเงินสดจากบริษัทมาเลยจำนวนเงินที่เบิกมาตอนแรก 28,000 บาท (เบิกเงินสดที่บริษัท)

ใบเบิกเงินสดที่เขียนเบิกตั้งแต่ตอนที่ระบบ เว็บไซต์ยังไม่เสร็จสมบูรณ์






ภาพถ่ายเบิกเงินสดบางส่วนจำนวนเงิน 200,000 บาท ( สองแสนบาท )

จากท่านประธานบริษัท Topup2rich  วันที่ 12 สิงหาคม 2555


ใบเบิกเงินสด ที่เขียนเบิกวันที่ 12 สิงหาคม 2555


รวมรายได้ทั้งหมดที่รับมาแล้วจาก  topup2rich  ตอนนี้  513,840  บาท
     ผมอยากบอกทุกคนว่าวันนี้ ไม่น่าเชื่อครับกับระยะเวลาเพียงแค่ 2 เดือนกับรายได้ที่เกิดขึ้น สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของเด็กธรรมดาคนหนึ่งได้เลย และ ทุกวันนี้ผมรับรายได้จาก topup2rich วันละหมื่นกว่าบาท และ เป็นตำแหน่งRuby ( สมาชิกที่มีรายได้แตะแสนครั้งแรก ) ผมไม่ได้เก่งกว่าใครๆ ผมเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง ผมคุยไม่เก่ง พูดไม่เก่ง เพียงแต่วันนี้ ธุรกิจที่ผมได้เลือกทำนั้น เป็นธุรกิจที่ออกแบบมาเพื่อคนที่มี ศักยภาพน้อยที่สุด ก็สามารถสำเร็จได้ เพียงแค่เขามีโทรศัพท์มือถือ และ มีค่าใช้จ่ายที่ต้องเติมเงินโทรศัพท์ทุกเดือน ใช้โทรศัพท์กดโทรเข้าโทรออกเป็น ส่งข้อความเป็น เขาก็เริ่มทำธุรกิจนี้ได้ทันที ฉะนั้น topup2rich จึงเกิดการขยายตัวและบอกต่อกันอย่างรวดเร็ว ภายในระยะเวลาแค่ 2 เดือนกว่าๆ แต่กลับมีสมาชิกมากถึง 30,000 กว่ารหัส  วันนี้โอกาศมาถึงมือคุณแล้ว อย่ามัวลังเลอยู่เลยครับ เพราะตอนนี้ถนนทุกสายกำลังมุ่งหน้ามาสู่ Topup2rich 

     แค่วันนี้คุณเปลี่ยนที่เติมเงินมือถือจากที่เคยเดินไปเติมที่ 7-11 หรือ ไปเติมที่ตู้เติมเงินหยอดเหรียญ หรือที่จุดรับเติมเงินต่างๆ การไปเติมตามสถานที่เหล่านั้นบางคนอาจจะเติมมาแล้ว 5-10-20 ปี แต่เราก็ไม่เคยได้อะไรกลับคืนมาเลย จากการที่ไปเติมเงิน วันนี้จะดีกว่าใหมครับ แค่คุณเปลี่ยนที่เติมเงินมาเติมผ่าน ท๊อปอัพ ทู ริช บนหน้าจอโทรศัพท์ของคุณเอง ได้ทั้งความสะดวกสบายรวดเร็วและยังมีโอกาศในการสร้างรายได้ตั้งแต่ หลักพันถึงหลักล้านบาท ต่อเดือน วันนี้ Topup2Rich เปิดโอกาศให้คุณรับรายได้ จากรายจ่ายของผู้คนทั้งประเทศ แล้วนะครับ




3 เดือนรับรายได้เป็นล้าน

Topup2rich สุดยอดธุรกิจที่เปลี่ยนชีวิตผมไปตลอดกาล ?

บทความด้านล่างนี้เป็นอีก 1 ประสบการณ์ของนักธุรกิจ Topup2rich ที่อยากแชร์ให้เพื่อนๆได้รับฟัง

คอรัมน์นี้ผมได้เขียนต่อจากครั้งที่แล้วที่ผมได้ เล่าให้เพื่อนๆได้ฟังในหัวข้อ 
2 เดือนรับมาแล้วครึ่งล้าน

วันนี้ สิ่งที่ผมอยาก เล่าให้ฟังเกี่ยวกับ Topup2rich นั้นมีความตื่นเต้นมากแค่ใหน ลองมาฟังกันครับ ?

         อันดับแรกขอแนะนำตัวเองก่อนนะครับ บางคนอาจจะรู้จักผมแล้ว แต่บางคนก็อาจจะยังไม่รู้จัก ผมอดุลย์ ปาโผ ชื่อเล่น ก้อง ปัจจุบันอายุ 21 ปี นักศึกษาปี 4 ( กำลังฝึกงาน ) ปัจจุบันได้เข้ามาทำธุรกิจ Topup2rich เป็นระยะเวลา 3 เดือนกับอีก 26 วัน เป็นนักธุรกิจระดับ Pearl และมีรายได้เกิน 1 ล้านบาทภายในระยะเวลาเพียงแค่ 3 เดือนแรกนับจากวันที่บริษัทเริ่มเปิดตัว


ภาพถ่ายงานฉลองความสำเร็จของบริษัท Topup2rich มีสมาชิกเกิน 1 แสนรหัส
และเปิดตัวสมาชิกที่มีรายได้เกิน 1 ล้านบาทภายในระยะเวลาเพียงแค่ 3 เดือนเท่านั้น


       ทำไม ? วันนี้ผมถึงต้องโชว์ภาพความสำเร็จก่อนอันดับแรก ? แน่นอนครับ สิ่งที่ผมต้องการให้ทุกคนเห็นวันนี้ก็คือโมเดล แห่งความสำเร็จที่ได้พิสูทน์มาแล้วด้วยระยะเวลา ว่าทำได้จริง และสิ่งที่ผมทำได้ในวันนี้ ผมก็เชื่อว่ามันจะช่วยเป็นแรงบันดาลใจให้กับใครอีกหลายๆคน ที่กำลังเริ่มทำและเริ่มเข้ามาสู่ธุรกิจ Topup2rich และสิ่งที่จะทำให้ทุกคนจะต้องคิดต่อมา ก็คือ เขาทำได้อย่างไร ? ถ้าพูดถึงความสำเร็จระดับรายได้หลักล้านบาท ในระยะเวลา 3 เดือน สิ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่คิดก็คือ คนที่ทำเช่นนั้นได้ต้องเก่งมากๆ และ เป็นคนระดับแม่ทีมธุรกิจเครือข่ายกระมัง หรือไม่ก็เป็นวิทยกร นักพูด ระดับมืออาชีพที่สามารถพูดโน้มน้าวใจผู้คนได้ หรือไม่อาจจะเป็น นักขายมืออาชีพหรือป่าว แต่สำหรับผมแล้ว สิ่งที่พูดมาทั้งหมดก่อนหน้านี้ ผมไม่ใช่เลยซักอย่าง ผมเป็นแค่เด็กธรรมดาคนหนึ่ง ที่อยากหาอะไรทำในขณะที่กำลังฝึกงานที่มหาลัย
         ผมไม่ใช่นักขายมืออาชีพ ไม่ชอบการขายตรง และไม่ชอบงานขายทุกชนิด ผมได้เข้ามาศึกษาและเริ่มต้นทำธุรกิจ Topup2rich ระยะเวลาผ่านไปแล้ว 3 เดือน เริ่มต้นทำธุรกิจวันที่ 1 กันยายน 2555 ผ่านไปเดือนแรก ทำคุณสมบัติครบ ขึ้นตำแหน่ง RUBY ผ่านไป 3 เดือนผมขึ้นตำแหน่ง Pearl และล่าสุด ในวันที่ 26 ธ.ค. 55 ทำคุณสมบัติครบ เข้าสู่ Millinaire Club สโมสรเงินล้าน ผมเป็นคนที่เคยแต่เอาความเป็นจริงมาพูด และวันนี้ผมก็กล้าพูดว่า topup2rich ให้คุณจริง ส่วนคนที่ทำแล้วแต่ยังไม่ได้ตามที่ต้องการ แสดงว่าคุณยังไม่ได้ให้ topup2rich

สิ่งที่คุณควรจะให้ topup2rich คือ

1. ใจ - จงเปิดใจกับธุรกิจนี้ก่อน
2. เวลา - คุณต้องมีเวลาศึกษา คิดหรือพูดถึง topup2rich บ้าง
3. ศรัทธา - ว่า topup2rich คือธุรกิจที่ไม่ได้เอาเปรียบใครและให้คุณจริง
4. กตัญญู - ไม่ทำลายชื่อเสียงของบริษัท หรือถ่ายทอดสิ่งผิดๆให้ทีมงาน

......ลองดู แล้วคุณจะรู้ว่า คุณก็ทำได้.......

สิ่งที่สำคัญที่สุด ที่ผมอยากจะบอกกับทุกคนก็คือ ขนาดเด็กธรรมดาคนหนึ่ง ที่ไม่เคยรู้จักกับคำว่าธุรกิจเครือข่ายเลย ได้เดินเข้ามาทำ Topup2rich แบบใสๆ ( ภาษาชาวบ้าน ) ยังสามารถสำเร็จจากธุรกิจนี้ได้ ในระยะเวลาเพียงแค่ 3 เดือน ความสำเร็จเบี้องต้นนี้แสดงให้เห็นถึงอะไรครับ ? >> มันแสดงให้เห็นถึงความง่ายของธุรกิจ ว่ามันง่ายแค่ใหน ธุรกิจนี้มันได้ถูกออกแบบมาเพื่อคนที่มีศักยภาพน้อยที่สุด ก็สามารถสำเร็จได้ยังไงหละครับ ลดทิฏฐิลงแล้วลองมาศึกษา Topup2rich อย่างเปิดใจแล้วคุณจะไม่พลาดโอกาศสำคัญในครั้งนี้

รายได้รวมทั้งหมดล่าสุด ที่ผมได้รับ รวม 3 เดือนกับอีก 27 วัน


เคล็ดลับพิชิตรายได้หลักล้านกับ Topup2rich ภายใน 3 เดือน
1. ผู้นำต้องอธิบายที่มาของ topup2rich ได้
2. ผู้นำต้องเข้าใจว่าหัวใจหลักของ topup2rich คืออะไร
3. ผู้นำต้องอธิบายเรื่องความมั่นคงของบริษัทได้ชัดเจน
4. ผู้นำต้องทราบถึงคู่แข่งของ topup2rich ว่าคือใคร เป็นอย่างไร
5. ผู้นำต้องโชว์เทคโนโลยีการเติมเงินและระบบต่างๆของ topup2rich ได้
6. ผู้นำต้องเข้าใจแผนการตลาดอย่างลึกซึ่ง อธิบายได้ชัดเจนเข้าใจง่าย
7. ผู้นำต้องวางโครงสร้างแผน ไบนารี่แบบมีประสิทธิภาพสูงสุดในการช่วยเหลือทีมงาน
8. ผู้นำต้องรู้เทคนิคในการขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดของบริษัท
9. ผู้นำต้องเพิ่มจุดขายด้วยกองทุนครอบครัวและกองทุนท่องเที่ยวและตอกย่ำ
เรื่อง Passive Income (แม้หยุดทำ แต่รายได้ไม่หยุด)
10. ผู้นำต้องอธิบายถึงความยิ่งใหญ่ของระบบ ITS ในอนาคตได้
ขอบคุณพี่ หน่อง ธนา มนุษย์เงินล้านของ topup2rich กับเคล็ดลับพิชิตเงินล้านนี้ด้วยนะครับ

เมื่อคุณได้รู้เคล็ดลับ (เคล็ดวิชา ดูหนังจีนเยอะไปหน่อย) เหล่านี้แล้ว และฝึกฝนจนช่ำชอง
คุณจะได้พบกับคำว่า นอนหลับได้เงินหมื่น นอนตื่นได้เงินแสน เหมือนกับที่ผมได้อยู่ในวันนี้หละครับ


วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2555

หลักในการตัดสินใจเลือกทำอาชีพเสริม


หลักในการตัดสินใจเลือกบริษัทที่จะอาชีพเสริม 

หลักในการตัดสินใจเลือกธุรกิจ อาชีพเสริม ของ ปีเตอร์ เอฟ. ดรัคเกอร์ (Peter Drucker) ปรมาจารย์ด้านการบริหาร ปัจจุบันนี้มีธุรกิจอาชีพเสริมหรือที่เราเรียกว่า"ธุรกิจเครือข่าย"เกิดขึ้นมากมายแต่ละบริษัทก็มีแผนการตลาดดีๆแทบทั้งนั้น บริษัทนี้ก็ดีบริษัทนั้นก็โดนแล้วเราควรจะเลือกอย่างไรถึงจะได้บริษัทที่ดีที่สุดแล้วเหมาะกับเราที่สุดและทำให้เราประสบความสำเร็จจาการทำธุรกิจเครือข่ายเรามาดูหลักการที่ ปีเตอร์ เอฟ. ดรัคเกอร์ ตั้งไว้มี 7 ข้อด้วยกัน...
1.บริษัท
บริษัทที่ดีที่เราควรเลือกทำธุรกิจเครือข่ายด้วยควรเปิดมาอย่างน้อย 5 ปี เพราะบริษัทที่เปิดมาเกิน 5 ปีแสดงถึงความมั่นคงแต่ถ้าใครเลือกทำธุรกิจเครือข่ายกับบริษัทที่พึ่งเปิดใหม่เราก็ไม่รู้ว่าบริษัทจะปิดหนีเมื่อไหร่นั่นแสดงถึงความไม่มั่นคงของบริษัทนั้นๆ
2.ผลิตภัณฑ์
ผลิตภัณฑ์ต้องดีมีคุณภาพลูกค้าทานเข้าไปแล้วต้องไม่รู้สึกเฉยๆและต้องได้มาตฐานสะอาด
3.แผนรายได้
แผนรายได้นั้นต้องไม่ยุ่งยากซับซ้อนไม่ต้องมานั่งรักษายอดบางบริษัทแผนรายได้จ่ายผลตอบแทนเยอะจริงแต่เงื่อนไขซับซ้อนต้องเสียเงินรักษายอดเท่านั้นเท่านี้เพื่อให้ได้มาซึ่งเงื่อนไขที่กำหนดซึ่งทำยากและทำให้คนเลิกทำธุรกิจเครือข่ายมานักต่อนักแล้ว
4.ผู้บริหาร
ผู้บริหารต้องมีคุณภาพต้องมีความรู้ความสารมารถด้านการตลาดหรือถ้าได้รางวัลจากหน่วยงานต่างๆและจบด้านนี้มาโดยตรงจะดีมาก
5.ทีม
ในบริษัทจะต้องมีทีมงานที่มีความรู้ความสารมาถด้านนี้โดยตรงเพื่อช่วยเหลือสมาชิกในบริษัทให้ประสบความสำเร็จให้ไวที่สุดและง่ายที่สุด 
6.แนวโน้ม
แนวโน้มทางการตลาดการที่เราจะเข้าร่วมธุรกิจอาชีพเสริมกับบริษัทไหนก้แล้วแต่เราควรดูแนวโน้มทางการตลาดด้วยว่าช่วงนี้การตลาดเปลี่ยนแปลงไปในทางไหนเช่น ช่วงนี้คนเราหันมาดูแลสขภาพกันมากขึ้นเราก็ควรทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ อาหารเสริม เป็นต้น
7.จังหวะ 
การจะเลือกดูทำธุรกิจเครือข่ายกับบริษัทไหนก็แล้วแต่ควรดุจังหวะเวลาของบริษัทนั้นๆด้วยว่าอยู่ในขาขึ้นหรือขาลงของบริษัทนั้นๆโดยดูจากผลประกอบการหรืออัตตราการเจริญเติญโตในแต่ล่ะปีของแต่ล่ะบริษัทเป็นหลัก
สรุป
จากที่กล่าวมาข้างต้นบริษัทไหนมีครบตามกฏ 7 ข้อของ ปีเตอร์ เอฟ. ดรัคเกอร์ เราควรเลือกทำธุรกิจอาชีพเสริมกับบริษัทนั้นเป็นบริษัทแรกเพราะผ่านการคัดเลือกมาครบทั้ง 7 ข้อแต่การเลือกบริษัทที่เราควรจะลงทุนนั้นก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณและความชอบส่วนบุคคลด้วยบทความนี้เขียนขึ้นเพื่อนเป็นแนวทางในการตัดสินใจเท่านั้นขอบคุณครับ...

อาชีพเสริม


ในปัจจุบันโลกเราเปลี่ยนแปลงไปมากประชากรเยอะขึ้น...อัตตราการแข่งขั้นสูงขึ้น...การจ้างงานเปลี่ยน...การดำเนินธุรกิจเปลี่ยน...แต่ความคิดคนนั้นไม่ได้เปลี่ยนตาม?...คนส่วนใหญ่ยังคิดว่าต้องเรียนเก่งๆจบมาหางานดีๆทำ แต่!!!กลับมีคนอีกกลุ่มหนึ่งมองหารายได้เสริม จากการทำอาชีพเสริมที่มาจุนเจือรายได้หลักหรืออาจจะกลายเป็นรายได้หลักไปแล้ว...คนเราเริ่มหันมาดูแลสุขภาพกันมากขึ้น โรงพยาบาลพุดขึ้นเป็นดอกเห็ด...ธุรกิจที่เกี่ยวกับอาหารเพื่อสุขภาพเติบโตอย่างมาก...บริษัทหลายบริษัทประยุกต์โดยการนำเอาเครือข่ายมาใช้ภายในองค์กรเพื่อกระจายทั้งสินค้าและรายได้เพื่อให้คนที่ไม่เก่งและไม่มีความรู้สามารถประสบความสำเร็จได้ง่าย....

จากที่ผมได้กล่าวมากข้างต้นผมจะมาวิเคาะห์อาชีพเสริมที่มีในปัจจุบันและที่จะอยู่รอดไปถึงอนาคต...ในปัจจุบันมีบริษัทเครือข่ายหลายบริษัที่กำลังเติบโตและที่กำลังจะปิดตัวลงมากมายทุกวันนี้มีธุรกิจมากมายที่อำนวยความสะดวกให้ท่านทั้งที่ทำออนไลน์ก็ดีหรือแบบออฟไลน์ก็ดีในอนาคตโลกจะเป็นยุคของ"โซเชียวเน็ตเวิร์ค"เต็มตัวธุรกิจทุกธุรกิจถ้าไม่สามารถหาเจอได้บนอินเตอร์เน็ตนั้นมันก็เหมือนท่านไม่มีตัวตนอยูบนโลกนี้จึงทำให้เกิดธุรกิจออนไลน์ขึ้นมากมาย ซึ่งไม่ต้องไปประชุม ทำงานผ่านอินเตอร์เน็ต 100 เปอเซ็น ลงทุนน้อย จึงทำให้เติบโตเร็วมากในหมู่วัยรุ่นและกำลังจะเติบโตขึ้นอีกในอนาคต แต่!!! อย่าพึ่งดีใจไปธุรกิจพวกนี้เรียกว่า แฟชั่น!!!
ธุรกิจในโลกนี้แบ่งได้ 2 ประเภทคือ "แฟชั่น" กับ"วิชั่น"

1.ธุรกิจแฟชั่น คือ ธุรกิจที่เป็นกระแสหรือทำตามๆกันจนเป็นกระแสแต่อยู่ได้แป๊ปๆก็จะหายไปผมยกตัวอย่างเช่น ชานมไข่มุก กับ ชาเขียว...ชาเขียวจะอยุ่ได้นานกว่า ชาเขียวคือธุรกิจแบบ วิชั่นครับ ซึ่งที่ผมกำลังจะบอกว่าธุรกิจออนไลน์เดี๋ยวนี้เป็นแบบ แฟชั่น!!!เพราะ ส่วนใหญ่จะเป็นกระแสๆมาแป๊ปๆแล้วก็จะหายไป บางบริษัทพึ่งเปิดให้บริการได้1-2เดือน กำลังจะไปได้สวยแต่!!! ก็จะมีบริษัทเกิดใหม่ที่ดีกว่า ทำง่ายกว่า คนก็จะเปลี่ยนบริษัทกันเป็นว่าเล่น ผมไม่ได้ว่าธุรกิจออนไลน์ไม่ดีนะครับ...ดีครับแต่ต้องศึกษาให้ดีก่อน...เรามาดูข้อดีกับข้อเสียของธุรกิจประเภทนี้กันครับ
ข้อดี
1.ทำง่ายทำงานผ่านอินเตอร์เน็ตไม่ต้องง้อไม่ต้องตื้อไม่ต้องโทรตามไม่ต้องเข้าประชุม          
2.ลงทุนน้อยหลักร้อย                                                                                                                      
3.ได้เงินง่าย
ข้อเสีย
1.ทำง่ายจริงแต่ลูกค้าที่ไม่มีการปฏิสัมพันธ์กันจะมาไวและไปไวพอเจอบริษัทออนไลน์ใหม่ที่ดีกว่าก็จะเลิกทำโดยไม่บอกกล่าว
2.บริษัทเหล่านี้มักไม่ค่อยมั่นคงเพราะส่วนใหญ่ไม่ได้มีทุนจดทะเบียนเป็นบริษัทถ้าขาดทุนหรือเจ๋งอาจจะปิดบริการ
โดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าและไม่สามารถเอาผิดได้      
3.ได้เงินง่ายจริงแต่แค่หลักพันถึงแสนถ้าเทียบกับธุรกิจเครือข่ายใหญ่ๆจะได้เงินที่ต่างกันมาก 
สรุป
ธุรกิจเครือข่ายแบบออนไลน์นั้นสามารถทำได้ระยะสั้นๆไม่ได้หวังผลเป็นอาชีพเสริมในระยะยาวเพราะในอนาคตจะมีบริษัทที่มาแข่งขันสูงท่านอาจจะเปลี่ยนบริษัทเป็นว่าเล่นเลยก็ได้แต่ก็ทำง่ายลงทุนน้อยลองสมัครเป็นค่าครูซักหน่อยก็ไม่เสียหายทำเอาแค่ได้กำไรแต่อย่าไปหวังผล 5-10ปีเพราะธุรกิจประเภทนี้เป็นแบบ"แฟชั่น"มันจะหายไปตามกระแสถ้ามีกระแสใหม่ที่ดีกว่าเกิดขึ้นมาแทน....

2.ธุรกิจแบบ วิชั่น คือธุรกิจที่อยุ่มายาวนานและมั่นคงถ้าเปรียบเทียบมันก็คือบริษัทเครือข่ายยักษ์ใหญ่ที่เปิดตัวอยู่ในประเทศไทยแทบจะทุกบริษัทเปิดตัวมานาน 5-20 ปีซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเป็น วิชั่น ถ้าให้ผมมองธุรกิจประเถทนี้คือทำเพื่อหวังผลในระยะยาวคุณอาจจะเหนื่อย 1-5 ปี แต่กลับสบายไปตลอดชีวิตเลยเพราะแผนการตลาดของบริษัทพวกนี้จะจ่ายหนักจ่ายเยอะแต่ก็แน่นอนลงทุนก็เยอะเช่นกันหลัก พันถึงหลักหมื่น และอีกประเด็นที่หลายๆคนไม่ค่อยชอบคือต้องออกไปคุยกับลูกค้านั่นเองแต่หลายๆบริษัทก็มีการปรับตัวโดยทำการตลาดทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์นั่นเองคราวนี้เราลองมาวิเคราะข้อดีข้อเสียกันดู
ข้อดี
1.มั่นคงแน่นอนแทบทุกบริษัทเปิดมาไม่ต่ำกว่า 5ปีมูลค่าสินทรัพย์ไม่ต้องพูดถึงไม่ปิดหนีง่ายๆแน่                                                                          
2.จ่ายเงินเยอะจากที่ผมเจอนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จจากธุรกิจเครือข่ายประเภทนี้รายได้เกิน 1-10ล้านต่อเดือนแทบทั้งนั้น                             
3.ลูกค้าจะจงรักภักดีต่อองค์กรเพราะเกิดปฏิสัมพันธ์ควมน่าเชื่อถือตั้งแต่เห็นหน้าพูดคุยกันจนเชื่อว่าองค์กรนั้นๆดีอย่างนั้นอย่างนี้จนสนิทใจ
4.ธุรกิจพวกนี้สวัสดิการเยอะได้ไปเที่ยวนั่นนู่นนี่เยอะมากๆ 
ข้อเสีย
1.ทำยาก(สำหรับบางคน)
2.ลงทุนเยอะ
สรุป
ธุรกิจประเถทนี้ต้องใช้ความอดทนแต่หวังผลได้ใน 5-10 ปีข้างหน้าแน่นอนที่สำคัญรายได้ที่จ่ายเยอะมากเยอะจนหน้าตกใจ!!!
สรุปรวมทั้งหมด
อาชีพเสริม ที่หลายๆคนไฝ่หานั้นถ้าท่านหวังผลแค่ระยะสั้นเพื่อนชวนก็ทำผมแนะนำธุรกิจทำเงินแบบออนไลน์ครับเพราะทำง่ายได้เงินไวแต่ถ้าท่านหวังว่าจะยอมเหนื่อย1-5ปีแล้วสบายตลอดชีวิตผมแนะนำธุรกิจเครือข่ายที่มีอยู่ในปัจจุบันครับแต่การจะเลือกก็ควรเลือกบริษัทให้ดีด้วยซึ่งผมได้เขียนกฏการเลือกทำธุรกิจเครือข่ายไว้...ท่านสามารถหาอ่านหรือศึกษาเอาได้ครับจากบทความทั้งหมดที่เขียนมาก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของตัวท่านด้วยนะครับว่าชอบแบบไหนขอบคุณที่ตั้งใจอ่านครับ

เหตุผลที่คนล้มเหลวในอาชีพเสริม



1.เกิดจากการมองโลกในแง่ดีเกินไป
คนส่วนใหญ่มักจะอยู่ในข้อนี้เลยล้มเหลวในธุรกิจที่ตัวเองทำเช่น ชอบเล่นเกมส์เลยไปเปิดร้านเกมส์ ชอบกินกาแฟเลยเปิดร้านกาแฟ เฮ้ย!!!มันง่ายไปปล่าว การที่คุณจะทำธุรกิจอะไรก็แล้วแต่มันไม่ใช่ว่าคุณชอบคุณมีเงินแล้วคุณจะประสบความสำเร็จนะครับอย่างเปิดร้านเกมส์ มันมีทั้งเรื่องของการทำบัญชี เรื่องของกฏหมาย เรื่องของคน เยอะแยะมากมายยุ่งเหยิงอ่ะ แต่คนส่วนมากชอบมองโลกในแง่ดีว่ามีเงินอะไรก็เป็นไปได้แต่ไม่ได้ดูเทรนเลยว่าชาวบ้านเขาทำอะไรกัน...อย่างแถวบ้านคุณมีร้านเกมส์อยู่ 3 ร้านคุณไปเปิดอีก 1 ร้าน เป็น 4 ร้านคุณคิดว่ามันจะไปรอดไหม?ชิวิตมันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกครับ ในวงการธุรกิจ เสือ สิงห์ กระทิง แรด ที่ว่าเจ๋งๆ... เขี้ยวโง้ง...ยังตายกันเกลื่อน แล้วคณล่ะ? 

2.ประเมินความสามารถของตัวเองสูงเกินไป
คนประเภทนี้น่ากลัวครับเพราะยังไม่รู้จักตัวเองพอมีความมั่นใจในตัวเองสูง ข้าเรียนเก่ง ข้าแน่ ข้าจบต่างประเทศ ข้ามีตังค์ แต่สิ่งที่คนประเภทนี้ควรจะรู้คือการสร้างธุรกิจ...มันใช้ศาสตร์ของ...การสร้างกิจการ ไม่ใช่ศาสตร์ของ...การบริหารกิจการ!!! คนไทยเก่งนะครับส่งลูกไปเรียนบริหารต่างประเทศ...พอจบมาไปบริหารธุรกิจให้คนอื่นแต่สร้างกิจการเองไม่เป็น!!! 

3.โดนสกัดดาวรุ่งจากคู่แข่ง
อันนี้เป็นตัวแปลที่ควบคุมไม่ได้ครับถ้าคุณยังไม่ยอมเปลี่ยแปลงหลายๆคนคิดว่าการเปิดร้านค้าแค่มีสินค้าแล้วนั่งเฝ้ารอคนมาซื้อแล้วก็ขายได้...สมันก่อนอาจจะใช่ครับ แต่!!!เดี๋ยวนี้มีหลายธุรกิจได้ปรับตัวใช้กลยุทธทางการตลาดมากมายทั้ง ลด แลก แจก แถม เอาง่ายๆแค่คุณก้าวออกจากบ้านก็มีค่าใช้จ่ายแล้ว...ก็เหมือนกับธุรกิจที่คุณกำลังทำถ้าไม่ปรับตัวคุณเจอบริษัทเปิดใหม่หน่อย แผนการตลาดดีกว่า เจ๋งกว่า จ่ายเงินเยอะกว่า คุณคิดว่าคนจะแห่กันไปทำไหม?เผลอๆตัวคุณเองยังไปทำด้วยเลยจริงไหมครับ? 

4.โดนโกง
อันนี้ผมเองก็เจอมากับตัวเจ๋งเพราะไอคำว่า"เงินเชื่อ"นี่แหละครับ ไปออกเงินให้เขาก่อนพอถึงเวลาเขาไม่จ่ายเงินก็ เจ๋งไงครับ!!!แต่ก็มีอีกเหตุผลหนึ่งที่คนส่วนมากโดนกันเยอะครับเพราะเน้นสบายคือไปจ้างคนมาขาย...สุดท้ายโดนลูกจ้างโกงเงิน...ไล่ออกจ้างใหม่ก็เหมือนเดิมหอบเงินหายเข้ากลีบเมฆ...งานขายคือหัวใจของธุรกิจคุณเชื่อหรือไม่แต่!!!คุณกลับให้คนอื่นมาทำแทน....จะทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จคุณต้องทำเป็นทุกหน้าที่...ทุกโซน...ไม่ใช่มีเงินแล้วจ้างคนอื่นมาทำ...เมื่อทำทุกอย่างได้แล้วจึงค่อยผ่อนถ่ายให้คนอื่นทำมันถึงจะไปรอด...

5.ขาดเงินสำรอง...ไม่มีก็อก2...
ทุกวันนี้ในโลกของธุรกิจมีการแข่งขันสูงมาก"ปลาใหญ่กินปลาเล็ก"เพราะทุกครั้งที่ธุรกิจคุณมีปัญหา...คุณต้องเอาเงินลงเพิ่ม...นี่คือการต่อสู้ทางธุรกิจ แล้วทุกวันนี้คุณมีเงินทุนสำรองพอที่จะสู้ไหม?ยิ่งธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงยิ่งไม่ต้องพูดถึงทั้งการทำโฆษณา การโปรโมท ใช้เงินทั้งนั้น แต่เจ้าเล็กๆอยากพวกเราจะเอาเงินที่ไหนไปสู้...มันจึงมีธุรกิจที่มีลูกพี่ไงล่ะครับอย่าง บริษัทรับล้างขวดให้เบียร์ช้าง เบียร์ช้างรวยกรุก็รวยไปด้วยเห็นไหมครับ...ต่อไปในอนาคตจะเหลือแค่ธุรกิจที่เป็นเจ้าใหญ่...เจ้าเล็กๆก็ต้องรวมตัวกันเพื่อสู้เจ้าใหญ่ๆ...นี่แหละโลกแห่งธุรกิจพอธุรกิจคุณจะล้มมันไม่ถามคุณหลอกว่าคุณมีเงินไหมมันไม่ถามคุณหลอกว่าคุณรู้สึกยังไงโลกแห่งความเป็นจริงมันโหดร้ายครับ!!!

ทำไมเด็กไทยเรียนเก่งแต่ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต




สวัสดีครับพอดีว่าผมได้อ่านหนังสืออยู่เล่มหนึ่งแล้วไปเจอหัวข้อที่ว่า"ทำไมเด็กไทยเรียนเก่งแต่ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต"เลยอยากมาแชร์แบ่งปันประสบการณ์ให้เพื่อนๆได้อ่านกันด้วยผมคิดว่ามันเป็นเรื่องจริงที่เด็กไทยในปัจจุบันไม่ค่อยใส่ใจกันซะเท่าไหร่ครับเรามาเริ่มกันเลยนะครับ

1.ลืมสอนให้เด็กวางแผนชีวิต...
ปัจจุบันเราจะสอนเด็กเพียงว่า"เข้ามหาลัยดีๆให้ได้นะลูกแล้วจะสบาย..."ซึ่่งผมก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเวลาเด็กไทย เอ็นไม่ติดถึงฆ่าตัวตายเพราะ!!!เราสอนให้เด็กตั้งเป้าหมายในชีวิตแค่ครั้งเดียวครับ...เด็กมันก็เลยคิดว่าถ้าเข้ามหาลัยดีๆไม่ได้ก็ไม่รู้จะอยู่ไปทำไมแล้วชีวิตนี้...แต่หารู้ไม่ว่าชีวิตนี้ยังมีอะไรอีกเยอะ...คุณรู้ไหมเด็กไทยกับเมืองนอกต่างกันตรงไหน อายุ 18 เมืองไทยเอ็นติดขอแม่ซื้อรถ!!!...อายุ 18 ปีเมืองนอกเปิดบริษัทแล้วครับ...อายุ 28ปี เมืองไทยตกงานครับ(บางคนอายุ30ยังแบมือขอตังพ่อแม่อยู่เลย)...อายุ 28 ปีเมืองนอกรวยติดอันดับโลกแล้วครับผมยกตัวอย่าง ไมเคิล เดลล์ ตอนอายุ31 มีทรัพสิน 700,000ล้านแล้วครับ เป็นดอลลาร์ นะครับไม่ใช่บาทเห็นรึยังครับคนที่วางแผนชีวิตกับไม่วางแผนชีวิตผลลัพธ์มันโคตรต่างกันเลย...มีนักธุรกิจท่านหนึ่งบอกกับผมว่า"ทุกๆ 10 ปีคุณภาพชีวิตเราจะตกลง 1 ระดับ ถ้าคุณไม่สร้างความสำเร็จใหม่ๆ"ผมยกตัวอย่างนะครับอาจจะไม่ถึง10 ปีด้วยซ้ำอาจจะเป็น 1 ปี คุณทำงานประจำอยู่ที่ได้เงินเดือนเดือนล่ะ 25,000 บาทปีนั้นเจ้านายบอกว่าคุณทำงานดีจึงขึ้นเงินเดือนให้ 2 เปอร์เซ็น ดีใจกลับไปจัดงานเลี้ยงใหญ่เลย...เจ้านายขึ้นเงินเดือนให้ แต่!!!หารู้ไม่ว่า...ประเทศไทยเงิน เฟ้อปีล่ะ 3 เปอเซ็นเท่ากับว่านี้เราจนลงปีล่ะ 1 เปอร์เซ็นเหรอเนี่ย!!!เห็นรึยังครับ

2.สอนให้เด็กมีความรู้แต่ไม่มีความคิด...
ผมไม่แปลกใจว่าทำมีแต่คนพูดว่า"เด็กไทยคิดไม่เป็น"ทุกวันนี้เด็กเจออะไรครับ...เจอแต่ตำรา...เจอแต่หนังสือเรียน(ผมยกตัวอย่างเด็กที่เรียนเก่งแต่ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตนะครับ)แต่...คุณรู้หรือไม่ว่าตำราที่สอนเด็กในทุกวันนี้มันของ พ.ศ.อะไรเฮ้ย!!!นี่มันยุคปัจจบันแล้วผมยกตัวอย่างวิชาที่ผมเรียนนะครับ"เศรษฐศาสตร์"เอาเนื้อหาประมาณปี 19XX มาสอนคนเขียนตำราบางคนตายไปนานล่ะครับ ในชีวิตจริงมันยุคของ"Social Network"แล้วนะครับแต่นี่อะไรยังสอนผมอยู่ยุคอุตสาหกรรมอยู่เลย...ผมจึงเลยไม่แปลกใจทำไมเด็กไทยเรียนเก่งนะครับแต่ไม่ประสบความสำเร็จเพราะความรู้ที่เรียนมามันใช้กับปัจจุบันไม่ได้ครับ!!!...บางคนบอกเออจริงหว่ะ...สมัยก่อนพ่อผมบอกว่าไม่เห็นมันจะมีเรียนพิเศษเลย...ตี 4 ตื่นมาอ่านหนังสือเอง...แต่!!!เด๋วนี้ใครไม่เรียนพิเศษตามเพื่อนไม่ทันครับจริงไหม? แล้วเด็กมันจะเอาเวลาที่ไหนมาคิดถึงอนาคตล่ะครับในเมื่อเราไปบอกมันทุกวันว่า"เรียนเก่งๆแล้วจะสบาย"สมัยคุณอาจใช่ครับเรียนเก่งจบมาทำงานดีๆสมัยนี้มันไม่แน่แล้วครับ...บทสรุปของชีวิต"ตั้งหน้าตั้งตาเรียนมาตั้งนาน...เรียนมาแทบตาย...เพื่อที่จะจบมาแล้ว...เป็นหนี้"

3.เลือกอาชีพที่มันสร้างชีวิตไม่ได้...
ผมยกตัวอย่างนะครับในที่นี้ใครคิดว่าเรียนจบมาแล้วจะได้เงินเดือนเดือนล่ะ 100,000 มั้งครับ คิดไว้ในใจครับ...แต่หลายๆคนคงจะค้านจบมาได้แค่ 15,000 บาทก็หรูแล้วพี่...คุณเชื่อไหมถ้าคุณจบมาใหม่เงินเดือน 15,000บาท(ทำงานเป็นลูกจ้างเขานะครับ)...คุณยังไม่มีปัญซื้อ แจส เลยบางคนหัวเราะ...โหพี่ แจสนี่หมาวิ่งผ่านก็สั่นแล้ว...ทำเป็นหัวเราะไปครับ ผมถามจริงๆเงินเดือน 15,000 บาท(พ่อแม่ไม่เกี่ยวนะความสามารถตัวเองล้วนๆ)เก็บเดือนล่ะ 10,000 บาททุกเดือนเก็บได้ไหมบางคนบอกยากพี่ ทำงานในกรุงเทพค่านู่นค่านี่เยอะ...ผมลดลงมาเดือนล่ะ 5,000 บาทเก็บทุกเดือนนะครับเก็บแบบมีวินัยเลย... 5,000x12เดือน = 60,000บาท/ปี แจสคันล่ะ 630,000 ลองหารดูครับ 630,000/60,000  ประมาน 10 ปี คุณจะมีเงินซื้อแจสได้ก็ต่อเมื่อคุณทำงานไป 10 ปี!!!แล้วครับถ้าทำงานตอนนั้นอายุ 24 ก็จะซื้อได้ตอนอายุ 34 ปีเป็นไงครับ นึ่งอึ่งไปดิไอรถที่หลายๆคนบอกว่าหมาเดินผ่านก็สั่นแล้ว คุณยังต้องใช่เวลาถึง 10ในการซื้อเลยถ้ายี่ห้ออื่นอย่าหวังครับ เบนซ์ บีเอ็ท ออดี้ เฟอรารี่ แรมโบกินี่ ยืนมองอย่างเดียวพอครับ...

4.นิสัยไม่ดี...อยากรวย...แต่ไม่อยากเหนื่อย...
เด็กไทยส่วนใหญ่พ่อแม่เลี้ยงมาสบายหมดครับ...ไม่ว่าจะจนจะรวย...จริงไหมครับ ไอคนรวยเลี้ยงลูกสบายไม่เท่าไหร่ครับเพราะมันยังมีปัญญาเลี้ยงไปจนตายแต่!!!คนจนเลี้ยงลูกสบายอนาคตฉิบหายครับ...อายุ 30 ยังทำไรไม่เป็นวันๆแบมือขอตังพ่อแม่อยู่เลย...เด็กไทยส่วนใหญ่ติดสบายครับหนักไม่เอา...เบาไม่สู้...นอนแข่งกับแมวครับ...แมวยังยอมแพ้เลย...ผมจะบอกว่าในโลกนี้ไม่มีอะไรได้มาโดยง่ายหรอกครับถ้าคุณไม่ลงมือทำ...คุณดูอย่างคนที่รวยๆในประเทศไทยนะครับผมยกตัวอย่าง...เจ้าสัวเจริญครับเจ้าของเบียร์ช้าง...บางคนร้อง..อ๋อ..ผมกินทุกวัน...คุณรู้ไหมเบียร์ช้างเสียภาษีปีล่ะเป็น หมื่นล้าน นี่!!!แค่ภาษีนะครับแล้วรายได้จะขนาดไหน...มีคนเคยไปถามท่านนะครับว่าท่านทำยังไงถึงประสบความสำเร็จในชีวิต...ท่านบอกทำงานให้หนักเข้าไว้ครับ...หนักขนาดไหน...หนักขนาดที่ท่านพูดว่าในช่วง 20 ปีที่ผมสร้างชีวิต...ผมนอนวันล่ะ 4 ชั่วโมง!!!เฮ้ย นอนวันล่ะ 4 ชั่วโมง...บางคนตกใจครับ บอกพี่ๆผมผมนอนวันล่ะ 12ช.ม...นอนเช้า...ตื่นอีกทีตอนเย็น...เออ เจริญล่ะ...ที่ผมยกตัวอย่างให้เห็นคือคนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ เขาลำบากมาก่อนทั้งนั้นครับถ้าคุณยังเน้นสบาย หนักไม่เอา เบาไม่สู้ชีวิตคุณลำบากแน่นอนครับ...

5.ใช้ความคิดเดิมๆ...วิธีการเดิมๆ...มันสร้างอราคตไม่ได้แล้ว...ในโลกยุคใหม่...
ตอนเด็กๆพ่อผมเคยบอกว่าให้หาเงินให้ 10 ล้านให้ไวที่สุด แล้วเอาเงิน 10 ล้านไปฝากธนาคาร ตอนนั้นดอกเบี้ยร้อยล่ะ 16% ก็เท่ากับว่าถ้ามีเงิน 10 ล้านจะได้ดอกเบี้ย เดือนล่ะแสนกว่าบาท สบายแล้วครับนอนกินดอกเบี้ยงอย่างเดียวทุกวันนี้มีใครยังคิดจะเอาเงินไปฝากธนาคารเพื่อกินดอกเบี้ยไหมครับ...โลกมันเปลี่ยนไปแล้วครับ...ตอนนี้ดอกเบี้ยร้อล่ะ 0.75% น่ารักไหมครับ เท่ากับว่าคุณมีเงิน 100,000 บาทเอาไปฝากธนาคารได้ดอกเบี้ยเดือนล่ะ 62 บาทครับนี่ยังไม่รวมหักภาษีนะครับ น้อยไหมล่ะครับ ถ้าเอาเงิน 10 ล้านไปฝากธนาคารจะได้ดอกเบี้ยเดือนล่ะ 18,750 บาท พอกินไหมครับ? แล้ว 10 ล้านนี่มันไม่ได้หาง่ายๆนะ...ขี้แตกกันเลย...ผมถึงบอกว่า...วิธีการแบบเดิมๆมันไม่ Work...แล้วครับ เราคิดแบบเดิมๆไม่ได้แล้ว...

ธุรกิจเครือข่ายอาชีพในอนาคต


ในบัจจุบันนี้การดำเนินชีวิตต่างไปจากเดิมเพราะโลกเราหมุนอยู่ตลอดเวลา...การจ้างงานเปลี่ยน...ชีวิตเปลี่ยน...วิธีการทำธุรกิจเปลี่ยนเพราะเราต้องแข่งกับเวลามากขึ้นในยุคของ social network เป็นยุคของข้อมูลข่าวสารผู้คนสามารถติดต่อสื่อสารกันแค่ปลายนิ้วคลิ๊ก...จึงทำให้สังคมเปลี่ยนผู้คนสามารถเรียนรู้เรื่องราวต่างๆได้ทาง ยูทูป เช่นอยากทำขนมเป็นก็สามารถเรียนผ่านทางยูทูปได้อยากเต้นเป็นในยูทูปก็มีสอนเต้น Step by Step เทคโนโลยีเหล่านี้ทำให้การจ้างงานของโลกเราเปลี่ยนไปมากเพียงแต่คนส่วนใหญ่ไม่ได้เปลี่ยนตามยังหลงคิดแต่เพียงว่าเล่นเก่งๆจบมาหางานบริษัทที่มั่นคงทำซึ่งทุกวันนี้เราต้องถามตัวเองก่อนว่าเราเรียนไปเพื่ออะไรเรียนไปเพื่อเกรด 4 หรือเรียนไปเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น...เราทำงานเพื่ออะไรทำงานไปวันๆหรือทำงานไปเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นซึ่งส่วนส่วนใหญ่จะตอบว่าก็ต้องเรียนและทำงานเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นสิ...แต่พวกคุณกลับลืมมองไปว่าชีวิตทุกวันนี้กับมีแต่หนี้บัตรเครดิต...แล้วไหนล่ะชีวิตที่ดีขึ้น?...เพราะคุุณยังใช้วิธีคิดแบบเดิมๆ...การทำธุรกิจแบบเดิมๆ...บนโลกใบใหม่ที่กำลังหมุนเปลี่ยนไปตลอดเวลา...นั่นคือการเป็นลูกจ้างไง!!!



ทุกวันนี้ในโลกแห่งความเป็นจริงที่โหดร้ายไม่มีอะไรแน่นอน...หลายๆคนบอกว่า ผมทำงานในบริษัทใหญ่ที่มั่นคงแต่ผมกำลังจะบอกคุณว่ายิ่งคุณทำงานบริษัทใหญ่แค่ไหนคุณก็จะยิ่งไม่มั่นคงมากขึ้นเท่านั้นเพราะอะไรรู้ไหมในโลกแห่งธุรกิจลูกจ้างแบ่งได้ 2 ประเภทคือ

1.ลูกจ้าง...แบบCost..คือ ใครก็สามารถทำงานแทนคุณได้...ถึงไม่มีคุณบริษัทก็อยู่ได้ ถ้าพูดง่ายๆก็คือไม่ว่าคุณจะทำงานตำแหน่งไหนใหญ่โตแค่ไหนถึงเวลาคุณเป็นอะไรไปบริษัทก็หาคนมาทำงานแทนตำแหน่งที่คุณทำอยู่ได้เลยเพราะอะไรเหรอ?...ในโลกปัจจุบันบริษัทเขาไม่ง้อคุณแล้วเกียรตินิยมอันดับ 1 มหาลัยดังๆมีกันเกลื่อนเมืองแล้วก็จบกันทุกปีด้วย...
2.ลูกจ้าง...แบบTalent..คือ ลูกจ้างที่มีความสำคัญต่อองค์กรมากขาดคุณไปองค์กรนั้นๆหรือบริษัทนั้นๆจะไม่สามารถอยู่ได้หรือถ้าผมจะบอกว่าใครที่เป็นลูกจ้างในประเภทนี้คือลูกจ้างที่VIPสุดๆแต่ในโลกใบนี้ลูกจ้างแบบนี้มีน้อยมาก...

จากบทความที่ผมเขียนไปข้างต้นคุณกำลังมองเห็นอะไร...ความไม่แน่นอนของอนาคตคุณใช่ไหม?...แต่วันนี้ธุรกิจที่จะมาเป็นอาชีพเสริมในตอนนี้และกำลังจะเป็นอาชีพที่ดีที่สุดในอนาคตก็คือ ธุรกิจเครือข่าย บางคนบอกว่าผมไม่ชอบธุรกิจแนวนี้แต่คุณรู้หรือไม่ว่าชีวิตประจำวันที่คุณอยู่นั้นคุณวนเวียนอยู่กับธุรกิจนี้ตลอดเวลา...ผมข้อถามว่าชีวิตประจำวันคุณทำอะไรมากที่สุด...บางคนบอกวันๆออนแต่"Facebook Twitter"บางคนบอกตื่นมาผมก็ไป 7-eleven แล้วพี่ไปหาอะไรกิน...คุณรู้ไหมว่าชีวิตคุณกำลังอยู่ในธุรกิจเครือข่ายตลอดเวลา "Facebook Twitter" คุณเล่นทุกวันใครได้เงิน?ก็เจ้าของไงล่ะครับ?แล้วเป็นธุรกิจเครือข่ายไหม?เป็นครับ...7-eleven มี 7,000สาขาเป็นเครือข่ายไหม?เป็นครับ...แล้วคุณจะมาบอกว่าคุณไม่ชอบธุรกิจเครือข่ายได้ยังไงก็ในเมื่อคุณใช้ชีวิตอยู่กับมันทุกวัน...เคยมีคำกล่าวที่ว่า"คนจนมักหางานประจำทำแต่คนรวยมักแสวงหาธุรกิจเครือข่ายทำ"คำกล่าวนี้เป็นจริงครับ...เพราะคุณรวยในโลกนี้รวยจากการสร้างเครือข่ายทั้งนั้นทั้ง"Facebook Twitter Google Yaaho True Dtec AIs TOT 3BB 7-eleven เบียร์ เหล้า บุหรี่"ลองสังเกตุนะครับว่าเจ้าของเขาเคยมาขายคุณไหม?ไม่เลยครับแต่คุณก็กินก็ใช้สิ่งเหล่านี้อยู่ทุกวันแล้วใครรวยล่ะ?ก็เจ้าของไงครับ...คุณรู้ไหม7-elevenทำเงินวันล่ะเท่าไหร่?วันล่ะแค่ 420 ล้านบาทเองครับสาขาหนึ่งทำเงินเฉลี่ยวันล่ะ 60,000 บาท แล้วคุณล่ะ?ทำเงินวันล่ะเท่าไหร่?ไม่สิต้องถามว่าเดือนล่ะเท่าไหร่มากกว่า...ทีนี้คุณเห็นถึงความสวยงามของธุรกิจเครือข่ายรึยังครับธุรกิจที่ให้ความมั่นคงทางการเงินและอิสระทางเวลากับคุณถึงคุณจะหยุดทำแต่เงินก็ยังไหลเข้ากระเป๋าคุณตลอดเวลาดูอย่าง 7-eleven เป็นตัวอย่างก็แล้วกันนะครับเจ้าของอยู่ไหนไม่รู้แต่เงินก็เข้ากระเป๋าเขาตลอดเวลา...โลกมันหมุนไปตลอดตอนนี้เทรนโลกมันเปลี่ยนไปแล้วปัจจุบันใครมีเครือข่ายมากกว่าคนนั้นรวยครับ...ถ้าคุณอยากประสบความสำเร็จในชีวิต...อยากมีเงิน...อยากมีอิสระทางเวลา...ก็จงแสวงหาธุรกิจเครือข่ายทำครับแล้วคุณจะเป็นคนหนึ่งที่มั่งคั่งร่ำรวยจากการมีเครือข่ายที่คอยหาเงินให้คุณอยู่ตลอดเวลาครับ....ในโลกใบใหญ่นี้อายุไม่ได้บ่งบอกถึงความเก่งมันไม่ได้บอกว่าคุณจะประสบความสำเร็จเมื่อไหร่...มันบ่งบอกเพียงแค่ว่าคุณอยู่บนโลกใบนี้มานานแล้วเท่าไหร่?...สำคัญแต่เพียงว่าใครคิดได้ก่อนกันแค่นั้นเอง...ขอบคุณที่ตั้งใจอ่านครับ...

คุณคิดว่าเงินสำคัญแค่ไหนครับ?




สวัสดีครับวันนี้เราจะมาพูดกันถึงหัวข้อ"คุณคิดว่าเงินสำคัญแค่ไหน?"
มาเข้าเรื่องกันเลยนะครับตั้งแต่ตัวผมทำธุรกิจเครือข่ายมาเรามักจะเจอสถานการณ์ที่ผมคิดว่าแทบทุกคนที่ทำธุรกิจประเภทนี้ต้องเจอครับคือพอเราพูดถึงเรื่องความสำเร็จ...ความร่ำรวยมากๆ...ผู้ฟังจะเริ่มเอาคิ้วติดกันล่ะ..แล้วเขาก็จะบอกว่าเงินมันไม่ใช่ทุกอย่างในชีวิต...อย่าพูดเรื่องนี้มาก...ไม่อยากฟัง...จริงไหม?ครับผมคิดว่าหลายๆท่านกำลังเจอสถานการณ์แบบนี้อยู่...ผมจะบอกว่าใช่ครับ...เงินมันไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต...แต่จงจำไว้เลยนะครับว่าคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตทุกคนบอกว่าเงินสำคัญหมดครับและสำคัญมากด้วย..
คนที่บอกว่าเงินไม่สำคัญมีแค่ 2 ประเภทครับคือ
1.คนที่ไม่มีเงิน อันนี้เราไม่พูดถึงนะครับความหมายมันก็ตายตัวอยู่แล้ว...
2.คนที่หาเงินไม่เป็น คนพวกนี้ชอบหลอกตัวเองครับผมมักจะเจอคำพูดที่ว่า"เศรษฐกิจพอเพียง พอมีพอกิน "ใช่ไหมครับเรามักจะเจอคำนี้....ผมกำลังจะบอกว่าคุณกำลังเข้าใจอะไรผิดหรือปล่าว?...คำว่าพอเพียงคือ"ให้คุณมีเท่าที่คุณคิดว่าพอ แต่ต้องไม่เดือดร้อนและไม่เบียดเบียนผู้อื่น"แต่เท่าที่ผมเห็นคนส่วนใหญ่ในสังคมกำลังเป็นหนี้บัตรเครดิตจริงไหมครับ?...มีบ้านไหนที่ไม่เป็นหนี้มั่งครับลองมองรอบตัวเราซิครับ...คุณคิดว่าเงินสำคัญแค่ไหน?...
ก็วันที่พ่อแม่คุณหรือคนที่คุณรักกำลังเจ็บไข้ได้ป่วย...ต้องไปนอนโรงพยาบาลคุณจะยอมไหมครับให้คนที่คุณรักไปนอนโรงพยาบาลที่ห้องเดียวมี 5 เตียง...โรงพยาบาลที่ยากำลังจะหมดอายุ..หมอพึ่งจบมาใหม่..คุณจะยอมไหมให้คนที่คุณรักเอาชีวิตไปแขวนไว้บนเส้นด้าย...เพียงเพราะคุณไม่มีเงิน?...วันนั้นแหละเงินจะสำคัญครับ...หรือวันใดวันหนึ่งลูกคุณเดินมาวัยกำลังน่ารักเลยมาพูดว่า พ่อค่ะๆ/แม่ค่ะๆ หนูอยากเรียนโรงเรียนอินเตอร์ หนูอยากเรียนพิเศษ หนูอยากเรียนเปียนโน วันนั้นเงินสำคัญรึยังครับ?  วันที่คนที่คุณรักกำลังเดือดร้อนต้องการเงิน...วันนั้นเงินสำคัญรึยังครับ?...โปรดอย่าหลอกตัวเองครับว่าเงินไม่สำคัญ...ผมจะบอกว่าเงินมันไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตแต่เงินสำคัญมากกับการดำรงชีวิตเพราะเงินสามารถซื้อคุณภาพชีวิตที่ดี...ให้กับครอบครัวเราได้ครับ...ทำไมเราต้องรวยเหรอเพราะคนรวย...เขาสามารถได้เกลือบทุกสิ่งที่เขาต้องการ...แต่คนจน...เพียงขอแค่มีปัจจัยสี่...ที่สะดวกสบาย..ยังไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะคิดเลย...อยากตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ให้ท่านมีความเป็นอยู่ที่สุขสบาย...ยังทำไม่ได้เลย..."เพราะไม่มีเงิน"ขอบคุณที่ตั้งใจอ่านครับ...

ทำไมทำงานหรืออาชีพเสริมแล้วไม่รวยสักที?


สวัสดีครับ วันนี้ผมจะมาไขข้อข้องใจว่าทำไมพวกเราทำงานแทบตายหรือทำอะไรก็แล้วแต่ มันไม่รวยหรือไม่ประสบความสำเร็จสักทีคือตัวผมได้อ่านหนังสืออยู่เล่มหนึ่งชื่อว่า "ไอ้แป๊ก" หนังสือเล่มนี้ได้บอกเหตุผลว่าทำไมคนเราถึงไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตสักทีโดยแบ่งออกมาได้ 5 ข้อซึ่งพอผมอ่านไปแล้วผมรู้สึกว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์เตือนใจผู้อ่านหลายๆท่านๆที่ได้อ่านบทความที่ผมกำลังจะเขียนต่อไปนี้ว่าท่านได้มาอยู่ใน 5 ข้อที่ผมเขียนไว้หรือปล่าว...แล้วจริงไหมที่ชีวิตท่านยังไม่ประสบความสำเร็จสักที ผมจะมาสรุปย่อๆสั้นๆแต่ได้ใจความให้ทุกท่านได้อ่านกันนะครับ

1.ไม่รู้ว่า...ชีวิตลิขิตได้
ในข้อนี้เขาบอกว่า คนส่วนใหญ่ที่เกิดมาชอบโทษฟ้า...โทษฝน...ว่าตัวเองนั้นเกิดมาจน..ไม่มีวาสนา..เรียนไม่เก่ง..เกเร..โทษว่าพ่อแม่ไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้โทษไปเรื่อย..แต่คุณเคยมองย้อนกลับมาดูตัวคุณเองไหมครับว่าคุณยังไม่เคยโทษตัวเองเลยแปลกนะผมว่าคนที่อยู่ในข้อที่ 1 มักหาเหตุผลต่างๆนาๆมาให้ตัวเองจน จริงไหมครับ? แต่ไม่เคยมีใครหาเหตุผลมาทำให้ตัวเองรวยเลย มีแต่บอกว่า "ผมมันไม่เก่ง ผมมันโง่ ผมมันไม่มีเวลา นู้นนี่นั่นไปเรื่อย" แบบนี้เขาเรียกว่าหาเหตุผลมาให้ตัวเองจนครับ...ใช่ครับคุณบอกว่าคุณไม่เก่งคุณจนคุณพูดไม่เป็นแต่ผมจะบอกว่าชีวิตคนเราลิขิตได้ถ้าเราเลือกที่จะลงมือทำครับ เขาบอกว่าถ้าคุณคิดแบบไหนชีวิตคุณก็จะเป็นแบบนั้นถ้าคุณคิดที่จะรวยคุณก็จะรวยครับแต่ไม่ใช่คิดอย่างเดียวนะครับต้องลงมือทำด้วยครับ..ถ้าคุณยังคิดแบบเดิมๆอยู่...พอมีพอกินอดๆอยากๆ...ชีวิตคุณก็จะได้แบบที่คุณคิดนั่นล่ะครับถึงพ่อแม่คุณจะทำนาทำไร่แต่ผมจะบอกว่าความจนไม่ได้ถ่ายทอดกันทางพันธุกรรมครับคนที่เขาแย่ยิ่งกว่าคุณแต่สู้ชีวิตจนประสบความสำเร็จมีให้เห็นก็เยอะ...แล้วคุณล่ะ?..ยังจะหาเหตุผลมาทำให้ตัวคุณจนอีกไหมล่ะครับ?
2.ทำแต่สิ่งที่ชอบ...สิ่งที่ถนัด
ผมจะบอกว่าข้อนี้วัยรุ่นไทยเป็นกันเยอะมากครับทำแต่สิ่งที่ชอบสิ่งที่ถนัดมันไม่ผิดหรอกครับ...แต่คุณต้องดูด้วยว่าทำแล้วมันทำใหชีวิตคุณประสบความสำเร็จไหมอย่าทำแค่เพียงตามกระแส ผมจะยกตัวอย่างให้ดูนะครับ บางคนบอกผมว่าพี่ค่ะๆ..หนูชอบเล่น เทนนิส ถ้าคุณอยากเล่นเทนนิสจริง คุณต้องเอาจริงเอาจังครับ...เล่นให้เป็นอาชีพให้ได้อย่าง ภราดร แต่คนส่วนใหญ่เล่นเพราะตามกระแสไงครับชีวิตเลยไม่ประสบความสำเร็จบางคนจบมาหลายปีแล้ว...จนทุกวันนี้...ยังไม่ทำมาหากินรอแต่สมัครประกวด AF สมัครมา3-4รอบแล้ว นี่แหละครับเด็กไทยทำอะไรตามกระแสพอหมดกระแสนี้ก็หันไปทำอย่างอื่นที่เป็นกระแสใหม่แทนแล้วก็มาบอกว่าหนูชอบหนูถนัดแต่ไอคำว่าชอบคำว่าถนัดมันต้องจริงจังครับทำจนเป็นอาชีพได้นั่นแหละครับคุณถึงจะประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตถ้าชอบเล่นบอลก็ต้องฝึกซ้อมให้ติดสโมสรให้ได้ต้องเป็นนักบอลอาชีพให้ได้นั้นแหละครับคุณถึงจะประสบความสำเร็จผมเชื่อว่าหลายๆคนคงตรงกับข้อนี้ทำแต่สิ่งที่ชอบสิ่งที่ถนัด...ถ้าทำแล้วมันไม่รวยอย่าไปทำครับเพราะมีคนคิดแบบคุณเยอะแล้วสุดท้ายคุณก็จะเป็นประชากรส่วนใหญ่ในประเทศที่พออายุ 30 แล้วยังแบมือขอเงินพ่อขอเงินแม่ใช้อยู่น่าอายไหมครับ?..
3.ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง
 ข้อนี้ผมว่าคนส่วนใหญ่เป็นกันเยอะเลยมักมีคนบอกกับผมว่า "ก็ชีวิตกรุเป็นอย่างนี้ กรุเป็นของกรุอย่างนี้"ผมก็จะบอกว่าถูกครับชีวิตคุณเป็นของคุณอย่างนี้ ชีวิตคุณถึงมาได้แค่นี้ไง ไม่ลูกจ้างก็กรรมกรไงครับ ผมอาจจะพูดแทงใจดำใครบางคนนะครับแต่มันเป็นเรื่องจริงในสังคมไทย จงจำเอาไว้นะครับ ณ วันแรกที่คุณเรียนจบก้าวแรกที่ก้าวออกจากมหาลัยวันนั้นแหละครับสิ่งที่คุณเรียนมาจะล้าหลังทันทีเพราะโลกมันเปลี่ยนไปทุกวินาทีไงครับ ถ้าวันนี้คุณยังไม่เปลี่ยนตัวเองเพื่อนผมหลายๆคนทุกวันนี้ยังขี้เกียจอยู่เลยนอนตื่น..เที่ยง..ตื่นบ่าย..นอนแข่งกับแมวจนแมวยังยอมแพ้อ่ะครับ..ผมจะบอกว่าถ้าคุณรวยแล้วขี้เกียจมันไม่ผิดหรอกครับแต่ถ้าจนแล้วขี้เกียจชีวิตหายนะแน่นอนครับถ้ายิ่งคุณยุบง่าย...ยวบง่าย...ง้องแง้ง...เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ...ไม่สู้..ไม่เอาจริง..แล้วยิ่งไม่พัฒนาตัวเองให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกด้วยแล้ว อนาคตคุณลำบากแน่นอนครับ...
4.อยู่ในกติกาที่ไม่มีทางชนะ...
ข้อนี้เหมาะสำหรับเตือนสติใครหลายๆคนที่เป็นลูกจ้างครับ ในชีวิตจริงมีกติกาที่ทำให้ชีวิตเราไม่ประสบความสำเร็จอยู่ด้วยนะครับแต่คนส่วนใหญ่ไม่รู้หรอกครับผมจะเล่าเรื่องให้ฟังหนึ่งเรื่องนะครับวันนั้น...ผมได้นั่งรถแแท็กซี่เพื่อที่จะกลับบ้าน...พอนั่งเสร็จก็คุยกัน...ผมก็ถามว่าลุงครับลุงอายุเท่าไหร่...ขับรถแท็กซี่มากี่ปีแล้วครับ...ลุงตอบว่า "อายุ47...ขับแท็กซี่มา 17 ปีแล้ว...ขับมาตั้งแต่อายุ 30 ขยันมากขับทุกวันไม่เคยหยุด... วันๆทำแต่งานไม่เที่ยวไม่กินเหล้าไม่เล่นการพนัน..."ด้วยความอยากรู้ส่วนตัวผมก็ถามไปว่าเดือนๆหนึ่งถ้าลุงขับเต็มที่เลย..จะได้เงินเดือนเดือนล่ะเท่าไหร่?ลุงตอบว่า"พ่อหนุ่มเอ๊ย...ขับแท็กซี่เนี่ยนะถ้าขับจริงๆก็ 2 กะ ไม่กินเหล้าไม่เล่นการพนันลุงว่ามีรายได้เดือนล่ะไม่ต่ำกว่า 30,000 ว่ะ..."ผมตกใจเลย ขับแท็กซี่เนี่ยนะเดือนล่ะ 30,000 บาท หูยยย...เยอะจริงๆบางคนจบปริญญาโทมาเงินเดือนยังไม่ถึง 30,000 บาทเลย ผมก็เลยถามต่อว่าถ้าเดือนไหนลุงอยากได้ 60,000 ลุงจะทำไงล่ะ ลุงแกโมโหเลย..หันมาด่า"ไอห่ากรุขับได้ทีล่ะคัน....ถ้ามิงอยากได้ 60,000 มิงก็ต้องขับทีล่ะ 2 คัน" เห็นหรือยังล่ะครับทุกวันนี้เราอยู่ในกฏกติกาที่ล็อกมาแล้วอย่างเช่นถ้าคุณมีเงินเดือนสูงสุดเดือนละ 60,000 ถ้าอยากได้เดือนล่ะ 120,000 จะทำยังไงล่ะครับ..คนที่เป็นลูกจ้างส่วนใหญ่มักจะเจอกับกติกาข้อนี้..ชีวิตจึงไม่รวยหรือไม่ประสบความสำเร็จยังไงล่ะครับถ้าอยากรวยต้องไม่เป็นลูกจ้างครับไม่ใช่ว่าเป็นลูกจ้างไม่ดีนะครับแต่เพียงแค่เป็นแล้วมันไม่รวยเท่านั้นเองครับ...
5.ไม่มีเวลานึกถึงอนาคต...
คุณว่าอนาคตสำคัญแค่ไหนครับ คนส่วนใหญ่มักจะบอกว่าอนาคต..สำคัญมากแต่คุณเชื่อไหมล่ะครับว่าไอคนส่วนใหญ่นี่แหละที่ไม่มีเวลานึกถึงอนาคตผมจะถามว่าทุกวันนี้คุณมีเวลาลงรายละเอียดกับมันหรือปล่าว...? เปล่า...แค่คิดถึงอนาคตเฉยๆแต่ไม่มีเวลาลงรายละเอียดไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไร...ทำยังไง...เริ่มต้นเมื่อไหร่...ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ปลายทางชีวิตคนเรามันถึงไม่เท่ากันครับ...ผมมักจะเจอคำตอบยอดฮิตเลยว่า..ยุ่ง...ไม่ว่าง...ไม่มีเวลา...ผมจะบอกว่าถ้าคุณยังไม่มีรายได้เดือนล่ะ 100,000 อย่าริอาจใช้คำว่า ยุ่ง ครับคนส่วนใหญ่ยุ่งอยู่แต่กับอะไรไม่รู้ที่ไม่ทำให้ชีวิตรวยขึ้นหรือประสบความสำเร็จจนไม่มีเวลาวางแผนอนาคต หรือพูดง่ายๆยุ่งอยู่กับงานที่ไม่ทำให้รวยจนไม่มีเวลาวางแผนอนาคตครับผมเคยถามเพื่อนหลายคนนะว่าจบไปจะทำอะไรว่ะมันตอบว่าไงรู้ไหม"เรียนจบแล้วค่อยว่ากัน..."ถ้าคุณหรือใครหลายๆคนยังคิดแบบนี้อยู่ไม่มีเวลาเตรียมตัวมันก็เหมือนกับนักบอลขาดซ้อมแหละครับไม่ฝึกซ้อมไม่เตรียมการสุดท้ายก็จะโดนขายทิ้งครับชีวิตคุณหายนะแน่นอนครับถึงเวลาแล้วมาวางแผนอนาคตและลงมือทำกันได้แล้วครับ...

ทำไมเราต้องทำอาชีพเสริม??


เพราะอะไรเราจึงต้องทำ อาชีพเสริม เหรอครับ ??เป็นคำถามที่สุดจะ คลาสสิค มาก ผมจะตอบให้ สั้นๆ แต่ได้ใจความก็ได้ว่า เพราะทุกวันนี้ เงินเดือนที่กินอยู่ทุกเดือนมันไม่พอกินไม่พอใช้ยังไงล่ะครับ เหตุผลทำไมเหรอ?? ก็เพราะทุกวันนี้ เรายังใช้วิธีการหาเงินแบบเดิมๆ อยู่คือการเป็นลูกจ้างไงล่ะครับคุณเคยสงสัยอีกไหมล่ะว่าทำไมเป็นลูกจ้างแล้วมันไม่รวยสักทีผมก็จะบอกว่าถ้าเป็นสมัย 10-20 ปี ก่อน คุณอาจจะรวยจากการเป็นลูกจ้างเพราะสมัยก่อน ทอง บาทล่ะ 4000 บาท คิดตามนะครับ แต่เราจบ ปริญญาตรีมาได้เงินเดือนเดือนล่ะ 8000บาท แสดงว่าจบมาก็ซื้อทองได้เดือนล่ะ 2 บาทถูกไหมครับ ทองคำวัดอะไรเหรอครับ สมัยก่อน ประเทศไหนมีทองคำสำรองเก็บไว้เยอะเค้าถือว่าประเทศนั้นร่ำรวยครับ ทุกวันนี้ก็เช่นกันครับใครมี ทอง เยอะเป็นเครื่องแสดงว่าบุคคลนั้นเป็นผู้มีฐานะหรือมีเงิน นั่นเอง แล้วทุกวันนี้เกิดอะไรกับการหาเงินแบบเดิมๆตอบง่ายๆก็เพราะเดี๋ยวนี้จบปริญญาตรีมาเงินเดือน เดือนล่ะ 10000-15000บาท แต่ทองคำราคาพุ่งไปที่  25000 บาท จบมายังซื้อทองไม่ได้สักบาทถูกไหมครับ เหมือนเมื่อสมัย 10-20ปีก่อนราคาน้ำมันลิตรล่ะ 6 บาทเดี๋ยวนี้ลิตรล่ะ 40บาท ข้าวสมัยก่อนจานล่ะ 5-10บาท เดี๋ยวนี้จานล่ะ 40-60 บาท เห็นรึยังครับว่าเดี๋ยวนี้ของรอบตัวเรามันแพงขึ้น 5-6 เท่า!!แต่เงินเดือนที่เราได้มากลับเพิ่มมาไม่กี่ พัน บาท ถ้าคุณยังใช้วิธีการหาเงินแบบเดิมๆอยู่ผมกล้ารับรองเลยว่าคุณ อดตาย!! แน่นอน ครับ นี่แหละจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมพวกเราต้องมองหา อาชีพเสริม ทำ!!
ทำไมต้องทำธุรกิจ??
แต่  เอ๊ะ !! อาชีพเสริม ก็มีอยู่มากมายแต่ทำไมเราต้องมาทำธุรกิจด้วย??เป็นคำถามที่ชวนสงสัยอีกแล้วใช่ไหมครับ ก็เพราะผมเคยถามตัวเองว่า ถ้าผมอยากได้เงินเดือนเดือนล่ะ 100000 บาทผมต้องทำอาชีพอะไร ผมมองไปที่พ่อกับแม่ผมรับราชการมา 25 ปี เป็นถึงข้าราชการระดับ C8 นะครับ แต่ได้เงินเดือนเดือนล่ะ40000-50000บาทเอง ครับท่านก็ลองคิดดูก็แล้วกัน แต่ พ่อของเพื่อนผมทำธุรกิจค้าขายได้กำไรเดือนล่ะเป็นแสนๆบาท บางเดือนเป็นล้านๆนั่นแหละครับธุรกิจที่ผมเสาะหามานานคือการทำธุรกิจ...
ทำไมต้องทำเครือข่าย??
แต่พอรู้แล้วผมก็มองมาที่ธุรกิจอีกว่าถ้าทำแล้วเราควรจะทำธุรกิจอะไรดีครับ ตอนนั้น ผมก็มองหาธุรกิจเครือข่ายที่ดีทำ เพราะผมรู้ว่าคนรวยเขาทำเครือข่าย กันครับ นั่นไงผมเริ่มมีคำถามเข้ามาในหัวอีกว่าทำไมพวกคุณๆท่านๆทั้งหลายเรียน จบปริญญามาสูงส่ง แต่กลับได้เงินเดือนแค่เดือนล่ะครั้งคุณเคยคิดไหมครับ ว่าทำไม??  แต่ทำไมคนที่ทำเครือข่ายกลับมี รายได้เป็น วินาที หรือต่อชั่วโมง หรือ ต่อวัน!! ผมยกตัวอย่างง่ายๆ ก็ 7-11 เรานี่แหละครับมี 7000สาขาทั่วประเทศ เป็นเครือข่ายไหม  เป็นครับ เปิด 24 ชั่วโมงมีคนเข้าตลอดได้เงินเป็นวินาทีแน่นอนครับ ธุรกิจเครือข่ายคือธุรกิจที่ทำเพื่อหยุดทำครับ !! เออ..น่าคิดเนอะหยุดทำแล้วทำไมมันได้เงิน คุณลองสังเกตุนะครับทุก วันนี้ คุณ กินเบียร์ กินเหล้า ทุกวันใช่ไหมครับ เจ้าของเขาเคยมาขายคุณไหมครับ ไม่เคยครับ แต่เจ้าของเขาอาจจะไปอาบแดด  ที่ ฮาวาย ไปล่องเรือยอร์ช ที่ต่างประเทศ แต่ เงิน ก็ยังเข้ากระเป๋าเขาทุกวันนี่แหละครับความสวยงามของเครือข่ายมีสาขาไว้ทำงานแทนเรา จำเอาไว้นะครับ คนรวย ใช้เงินต่อเงินครับ...
แล้วทำไมผมต้องทำธุรกิจเครือข่ายกับคุณ??
มีคนถามคำถามนี้กับผมเยอะมากครับ จนผมตอบแทบไม่ไหว แต่วันนี้ผมจะมาตอบกันให้กระจ่างไปเลย เพราะทุกวันนี้อะไรที่อยู่รอบตัวเราก็เป็นเครือข่ายไปหมด โทรศัพท์มือถือ Face Book ที่เราเล่นกันทุกวัน 7-11  ที่เราเดินเข้ากันทุกวัน google ที่พวกคุณๆทั้งหลายใช้หาข้อมูลกันทุกวันก็ล้วนแต่เป็น เครือข่าย ทั้งสิ้น แต่ผมขอถามคำถามหนึ่งกับพวกคุณ นะครับว่า พวกคุณมีเงินเป็น พัน เป็น หมื่นล้านแล้วเหรอครับ พร้อมที่จะลงทุนแล้วเหรอครับ นั่นไง อ่ะ!!! ผมลดลงมาหน่อยนึง 7-11 แล้วกัน ใช้เงินลุงทุนประมาณ 6 ล้าน คุณมีแล้วหรือยัง?? หรือถ้ามีแล้วคุณพร้อมที่จะเสี่ยงหรือยังครับ?? นี่แหละครับเหตุผลที่พวกคุณควรมาทำธุรกิจเครือข่ายกับผม เพราะอะไร?? มันลงทุนน้อยไง แต่ได้ผลกำไรตอบแทนมากมายมหาศาล แล้วก็จะมีคำถาม ถามผมกลับมาอีกว่า พี่ครับๆ เสี่ยงไหมถ้าผมจะลงทุนกับพี่ ผมก็จะบอกเลยครับว่า น้องคิดว่า คนที่ลงทุน ไม่กี่ ร้อย ไม่กี่ พัน ไม่กี่ หมื่น กับคนที่เขาเป็นเจ้าของแต่ลงทุนไปเป็น พัน เป็น หมื่นล้าน น้องคิดว่าใครเสี่ยงกว่ากัน แล้ว น้องคิดไหมว่า คนที่ลงทุนไม่กี่ ร้อย ไม่กี่ พัน ไม่กี่ หมื่น กับคนที่ลงทุนไปเป็น พัน เป็นหมื่นล้าน ใครอยากเจ้งมากกว่ากัน นั่นแหละคือคำตอบของความเสี่ยงที่คุณถามผมมาครับ ผมขอฝากทิ้งท้ายไว้หน่อยหนึ่งว่า การที่คุณทำงานประจำ หรือ เป็นลูกจ้าง มันก็ไม่ต่างอะไรกับการที่คุณไปปลูก ต้นแอปเปิ้ลในที่ของคนอื่นหรอกครับคุณ รด น้ำ พรวนดินมันมากับมือ แต่พออยากกิน ผล แอปเปิ้ล คุณยังต้องเสียเงินซื้อเลย ก็เหมือน งานประจำที่คุณทำ ทำงานมา 10 ปี บริษัทก็ไม่ใช่ของคุณหรอกครับโอนไปให้ลูกให้หลานก็ไม่ได้...