วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ความรู้เบื้องต้น ของ Network Marketing หรือ ธุรกิจเครือข่าย และความแตกต่างกับแชร์ลูกโซ่




เครื่อข่ายแตกต่างจากลูกโซ่ยังไง??
ผมคิดว่าหลายๆคนเคยสงสัยเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่าง เครือข่าย กับ ลูกโซ่ ว่ามันต่างกันยังไงใช่ไหมล่ะครับ เอาหลักการทั่วไปก่อนนะครับ จริงๆแล้วมีวิธีการในการ กระจายสินค้าอยู่ 3 วิธีด้วยกันคือ...
1).การขายปลีก : ผมมั่นใจว่าทุกท่านเคยได้ยินคำนี้การขายปลีกก็คือเรารับสินค้ามาในราคาทุนหรือต่ำกว่าแล้วมาขายต่อเอากำไร ยกตัวอย่าง ร้านค้า ร้านของชำ ร้านขายยา ห้างสรรพสินค้า เป็นต้นครับ...
2).การขายตรง : คำนี้ก็เป็นอีกคำ ยอดฮิต ที่ปากคนไทยมาก ขายตรงคือการรับของมาแล้วขายไปเช่นวันนี้ไปรับเครื่องสำอางมาขาย ยกตัวอย่างเช่น สาวมิสทีน การขายประกัน เครื่องครัว ฯลฯ เป็นต้นครับ...
3).การตลาดแบบเครื่อข่าย : เป็นการตลาดแนวใหม่ที่นิยมใช้ในปัจจุบันมากๆ การตลาดแบบเครือข่าย คือการสร้างเครือข่ายผู้บริโภคให้ซื้อกิน ซื้อใช้ ซื้อซ้ำ เป็นการกระจายสินค้าได้อย่างรวดเร็วมาก ซื้อกิน ซื้อใช้ดีแล้วบอกต่อปัจจุบัน การตลาดแบบเครือข่ายเป็นการตลาดที่ถูกต้องตามกฏหมาย การตราดแบบเครือข่าย จะเปรียบเสมือนกับ ปิรามิด คว่ำซึ่งมันก็คือการเริ่มต้นจากคนข้างล่างแต่แตกขยายออกไปข้างบนมากมายหรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ธุรกิจ 1 แตก 2 นั่นเอง..แต่คนส่วนใหญ่มักคิดว่ามันคือแชร์ลูกโซ่ซึ่งผมจะอธิบายในหัวข้อต่อไป...

แชร์ลูกโซ่คืออะไร


แชร์ลูกโซ่คืออะไร หลายคนสงสัยมานานผมจะมาอธิบายในหัวข้อนี้ แชร์ลูกโซ่คือ ปิรามิดหงาย มันก็คือธุรกิจที่ มีคนที่อยู่ บนสุด เพียงคนเดียวเท่านั้นแล้วแตกลงมาด้านล่างซึ่งคนที่เริ่มต้นเท่านั้นที่จะสามารถขึ้นสู่ตำแหน่งสูงที่สุดได้ ซึ่งตามกฏหมายแล้ว แชร์ลูกโซ่ถือเป็นธุรกิจที่ผิดกฏหมาย ซึ่งแชร์ลูกโซ่สามารถใช้คำว่าเครือข่ายได้ แต่ไม่สามารถใช้คำว่า การตลาดได้!!! เพราะไม่มีการเคลื่อไหวของสินค้า หรือ บริการนั่นเองครับ...

ความแตกต่างระหว่างแชร์ลูกโซ่และเครือข่าย?



ในหัวข้อนี้ผมจะอธิบายให้ทุกท่านเข้าใจง่ายๆคือ แชร์ลูกโซ่แซงกันไม่ได้ แต่ เครือข่ายแซงกันได้ครับ เพราะอะไรนะเหรอ ถ้าเทียบกันแล้ว แชร์ลูกโซ่ก็เปรียบเสมือน โรงเรียนหนึ่งโรงเรียนที่ มี ผู้อำนวยการ เพียงคนเดียวซึ่งผมถามว่าในโรงเรียนนั้นมีใครใหญ่กว่า ผู้อำนวยการ ไหมครับคำตอบคือ ไม่มีครับ แล้วถ้าเราอยากขึ้นเป็น ผู้อำนวยการล่ะต้องทำยังไงครับ ก็ต้องรอ ผู้อำนวยการคนเก่า ตาย หรือ เกษียณอายุก่อน ถ้าเขา ตาย หรือ เกษียณ แล้วล่ะจะเป็นเราที่ได้ขึ้นตำแหน่งไหม ก็ยังไม่ใช่อยู่ดีหรืออีกตัวอย่างหนึ่งง่ายๆคือถ้าเรา ขี่รถจักยาน ถ้าโซ่หลังมันแซงโซ่หน้าได้ผลออกที่มาคืออะไรครับ ก็โซ่ขาดไงครับ นี่แหละครับแชร์ลูกโซ่แซงกันไม่ได้มีคนที่อยู่บนสุดเพียงคนเดียว แล้วเครือข่ายแซงกันได้ยังไง เครือข่ายก็เปรียบเสมือนเราไปชวนเพื่อนมาเป็นซ้ายเป็นขวาเรา 2 คน คิดตามนะครับ แต่ไอเพื่อนเราที่อยู่ด้านซ้าย มันขยันมาก หาคนมาต่อซ้ายต่อขวามันเหมือนกัน แต่ เรากับไอเพื่อนที่อยู่ด้านขวา ดันขี้เกียจ ไม่ทำงานเลยเอาแต่นอนเที่ยวเล่น เพื่อนที่อยู่ด้านซ้ายเรามันก็มีใต้องค์กรมันเยอะขึ้นๆ กลายเป็นว่า คุณโตแค่ข้างเดียวส่วนด้านขวาไม่ทำงานเนี่ยแหละครับ แซงกันไปแล้วคุณเห็นถึงความต่างของแชร์ลูกโซ่ และ ธุรกิจแบบเครือข่ายหรือยังล่ะครับ...

อาชีพเสริมออนไลน์



ณ เวลานี้ผมเชื่อเหลือเกินว่าไม่มีใครที่แทบไม่รู้จัก อาชีพเสริม ออนไลน์หรือ ธุรกิจออนไลน์ ซึ่งในปัจจุบันมีธุรกิจประเภทนี้เกิดขึ้นเยอะมากๆมากพอที่จะตอบสนองความต้องการของใครหลายๆคนเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจ ที่ถดถอย ผู้คนตกงานมากยิ่งขึ้นหลายคนจึงมองหา อาชีพเสริม มาทำควบคู่ไปกับงานประจำเช่น ธุรกิจเครือข่าย เป็นต้นแต่ก็ต้องผิดหวัง และ ล้มเหลวกัน ไปตามๆกันและเมื่อโลกพัฒนาไปอีกขึ้นธุรกิจก็เปลี่ยนจากการทำ ออฟไลน์มาสู่โลกออนไลน์กลายเป็น อาชีพเสริม ออนไลน์นั่นเอง ผมเชื่อว่าหลายๆคนคงเคยได้ยินคำว่า ทำผ่านเน็ต 100% ไม่ต้องตื้อ ไม่ต้องขาย ไม่ต้องประชุม หรือแม้กระทั้ง ทำงานผ่านเน็ตวันล่ะ 2-3 ช.ม. มีรายได้วันล่ะ 5-8 พันบาทเป็นต้น และก็มีทั้งคนที่ประสบความสำเร็จและคนที่ล้มเหลวมากมาย แต่ส่วนใหญ่จะล้มเหลวมากกกว่า สำเร็จ...

เหตุผลที่คนล้มเหลวกับการทำธุรกิจออนไลน์
1.Money Game
ด้วยความที่พอกลายมาเป็นธุรกิจออนไลน์นั้นทำให้คู่แข่งทางการตลาดเยอะมากขึ้นหลายๆบริษัทก็ปรับตัวโดยใช้แผนการตลาดมา ล่อตา ล่อใจ ทั้งโปรโมชั่น ลดแลกแจกแถม และที่น่ากลัวกว่านั้นคือแผนการตลาดแบบ Money Game ที่อุปโลกตัวสินค้าขึ้นมาและใช้เทคนิคการระดมทุน ผู้ที่มาติดกับดักนี้ก็เพราะจำนวนเงินที่เยอะจ่ายผลตอบแทนสูงคืนทุนไวแต่!!! ไม่มั่นคง เพราะหลายๆบริษัทนั้นไม่ได้จดทะเบียนถูกต้องตามกฏหมายนึกจะเลิกก็เลิก นึกจะเปิดก็เปิด จึงทำให้หลายๆคนที่ติดกับดักในส่วนของตรงนี้ต้องผิดหวังกันไปตามๆกัน

2.เห็นคนอื่นทำแล้วอยากทำมั่ง
ผมเชื่อเหลือเกินว่าหลายๆคนกำลังอยู่ในข้อที่ 2 นี้เนื่องจากตัวผมเองก็เคยเป็นและเกลือบเคยติดกับดักทางการตลาดเหล่านี้มาแล้ว หลายๆบริษัทมีสมาชิกออกมมาโชว์แผนรายได้ ก็มีทั้งเอาของคนอื่นมา ทั้งของตัวเองบาง จริงบ้างไม่จริงบ้าง พอเราเห็นว่าคนอื่นทำได้เยอะก็อยากทำบ้าง อยากได้บ้าง....ปล่อยให้ความโลภครอบงำ ผมจะบอกไว้ ณ ที่นี้เลยว่า งานอะไรก็แล้วแต่ทั้งได้เงินจริงและไม่ได้เงินจริง เราเห็นคนอื่นทำได้แต่ใช่ว่าตัวเราจะทำได้นะครับอย่าไปตามกระแส หลายๆคนพอลงเงินไปแล้วหาคนไม่ได้ สุดท้ายก็จมทุนแถมยังต้องเสียเงินรักษายอดอีก ก็ต้องเลิกจากธุรกิจออนไลน์ไปในที่สุด ให้ศึกษาและวิเคราะห์ให้ดีก่อนตัดสินใจ ว่าความสามารถเราถึงเขารึยังรึแผนการตลาดมันง่ายพอที่จะให้ทุกคนประสบความสำเร็จแล้ว หรือ ยัง...

3.โรค N B T
ผมเชื่อว่า หลายๆคนกำลังเป็นโรคระบาดนี้ครับมันคือ โรค Next Big Thing นั่นเองหรือโรคกระหายอยากเป็นต้นสาย ครับ ตั้งแต่ผมทำ อาชีพเสริม ออนไลน์มาผมเห็นหลายๆคนเปลี่ยนไปหลายบริษัทมากๆ เดี๋ยวๆเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา คนที่เป็นโรค N B T ลองสังเกตุง่ายๆนะครับคนพวกนี้มักทำมากกว่า 2บริษัทขึ้นไป บริษัทไหนเปิดใหม่และดี ก็แห่กันไปสมัคร เพราะอยากไปเป็นต้นสาย ก่อนใครๆแต่หารู้ไม่ว่า สุดท้ายก็กลับมาล้มเหลวเหมือนเดิมเพราะคิดว่าไปเป็นต้นสายแล้วจะประสบความสำเร็จก่อนคนอื่น ยอมเป็นหัวหมาดีกว่าเป็นหางราชสีห์ สุดท้ายก็คว้าน้ำเหลวเนื้องจากจับปลาหลายๆมือสุดท้ายปลาดิ้นหลุดมือหมด เสียทั้งเงินและเวลาฟรีครับ

4.ทำงานพื้นฐานไม่เป็น
หลายคนนะครับการสปอนเซอร์ลูกค้าหรืองานพื้นฐานของธุรกิจหลายๆคนทำไม่เป็นครับและไม่ชอบทำ เขาให้โพสเว็บก็โพสแหลก โพสกระจายจนเป็น สแปมเว็บ พอมีผู้สนใจโทรมาสอบถามตอบไม่ได้เพราะไม่ได้ทำการบ้านมายังไงล่ะครับ ตอบไม่ถูกว่าบริษัทเราดียังไง สินค้าเป็นแบบไหน เป็นธุรกิจเกี่ยวกับอะไร ถ้าสุภาษิตบ้านผม เขาเรียกว่าตายน้ำตื้นครับเพราะคนเหล่านี้ไม่ขวนขวายที่จะเรียนรู้และศึกษาอัพไลน์บอกลงเงินแล้วจะประสบความสำเร็จเท่านั้น เท่านี้ก็แห่กันไปลง สุดท้ายเจ๋งครับกลับมานั่งท้อแท้สิ้นหวัง และสุดท้ายก็ไม่พ้นโทษธุรกิจกับแต่ไม่เคยโทดตัวเองเลย...

5.หวังพึ่งแต่อัพไลน์
ผมเชื่อว่าหลายคนคิดรวยแต่อยากสบายครับ ซึ่งในโลกนี้ไม่มีงานไหน สบายไปก่อนและสบายทีหลังหรอกครับถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆคนคงประสบความสำเร็จกันแบบสบายๆทั้งประเทศล่ะครับ ลองสังเกตุคนที่ประสบความสำเร็จหลายๆคนนะครับ เขาลำบากไปก่อนสบายทั้งนั้นและลำบากมากๆด้วย บางคนรอแต่จะให้อัพไลน์หาคนให้...โยนคนลงมาให้... พอลงทุนไปแล้วไม่ทำอะไรเลยก็ไม่ได้เงินถูกไหม?...ครับแล้วก็มาโทษว่าธุรกิจไม่ดีโดนอัพไลน์ หลอก แต่!!! ไม่เคยโทษความขี้เกียจของเราเลย...ทุกวันนี้ตัวผมถามตัวเองอยู่เสมอว่าเราลำบากพอที่จะประสบความสำเร็จหรือยัง เหมือนเราขุดดินแหละครับ อีกไม่กี่ชั้นดินก็ถึงที่อยู่ของแร่เงิน แร่ทองล่ะ แต่หลายๆคนท้อและเลิกไปก่อนเพราะไม่มีความอดทนครับ อะไรมากระทบนิดกระทบหน่อย คนนั้นบอกมันไม่ดีนะ ก็เชื่อเขาไปซะหมด แล้วก็รอว่าเมื่อไหร่อัพไลน์จะโยนคนลงมาให้ใช่ไหมครับ?คนที่กำลังทำตัวแบบนี้อยู่ให้ถามตัวเองซะใหม่นะครับว่า นี่มันธุรกิจของใคร ของคุณ หรือของ อัพไลน์ ครับ...

อาชีพเสริมรวยได้จริงเหรอ?



ผมเชื่อว่าเวลานี้คนวัยทำงานทุกคนแทบจะไม่มีใครไม่มองหาอาชีพเสริมหรือรายได้เสริมทำควบคู่ไปกับงานประจำเนื่องสภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่  สังคมในปัจจุบันมีการแข่งขันมากขึ้นมีระบบ พรรคพวค เส้นสายเข้ามาจึงทำให้เกิดสภาวะปลาใหญ่กินปลาเล็กผู้คนตกงาน ขยันแทบตายแต่หนี้สินก็ยังท่วมหัวอยู่จึงเกิดคำถามว่าถ้าหา อาชีพเสริม ทำแล้วจะรวยจริงเหรอ?แล้วเราจะเลือก อาชีพอะไร เป็นอาชีพเสริมดีล่ะก็ในเมื่อปัจจุบัน มีธุรกิจอาชีพเสริมเกิดขึ้นมาก ทั้งเฟรนชาย ร้านแฟ ร้านชายสี่ฯ ร้านเซเว่น และมินิมาร์ทอีกมากมาย แล้วถ้าลงทุนทำไปแล้วควรคงทุนทำกับอะไร?ถึงจะรวยถึงจะคุ้มค่าวันนี้ผมได้เปรียบเที่ยบธุรกิจหลักๆที่คนส่วนมากในปัจจุบันนิยมเลือกมาเป็น รายได้เสริม อีกช่องทางหนึ่งมาวิเคราะห์ให้ทุกท่านได้ลองพิจารณาและตัดสินใจกันครับ

ประเภทของอาชีพเสริม รายได้เสริม ที่คุณนิยมทำในปัจจุบัน
1.ธุรกิจเครือข่าย
-ผู้คนนิยมทำเยอะและก็ล้มเหลวและเจ็บปวดมาเยอะ
ข้อดี-ข้อเสีย
1.ลงทุนน้อย
2.ความเสี่ยงในธุรกิจน้อย
3.ไม่ต้องสต็อกสินค้า
4.มีความหลากหลายของสินค้าเยอะ
5.หยุดแล้วรายได้ยังไหลเข้ามาอยู่
5.ผู้คนชอบคิดลบกับธุรกิจประเภทนี้

2.ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว
-ลงทุนไม่เยอะมาก 3-4 หมื่น สามารถขายได้ทุกที่ทุกเวลาเป็นที่รู้จักในสังคมวงกวาง
ข้อดี-ข้อเสีย
1.ลงทุนไม่สูงมากแต่ต้องลงทุนซ้ำซ้อนทุกวัน เช่นวัตถุดิบ ชาม แก้ว ตะเกียบที่แตกหักทุกวัน
2.ขายง่าย
3.หยุดปิดร้าน ไม่สบาย รายได้จะหยุดลงทันที
4.ตลาดลูกค่าจะเป็นคนฐานะปานกลางลงไป

3.ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น
-ลงทุนสูงมาก 3-6ล้าน
ข้อดี-ข้อเสีย
1.ขายได้ตลอด 24 ช.ม.ไม่มีวันหยุด
2.สินค้ามีให้เลือกเยอะ
3.ลงทุนสูงมากๆ
4.อยู่ที่การจัดการบริหารของเราถ้าเป้าไม่ถึงร้านจะถูก 7-11 ยึดคืนทันทีหลังจากหมดสัญญา

สรุป
จากหัวข้อด้านบนจะเห็นได้ว่าธุรกิจเครือข่ายนั่นมีข้อดีมากกว่าข้อเสียและเป็นอาชีพเสริมที่สามารถทำแล้วประสบความสำเร็จได้จริง แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความยากลำบาก แต่ถ้าถามว่าคุ้มไหมกับการยอมเหนื่อยสายตัวแทบขาดในช่วง 2-3 ปีแต่เราสามารถปลดเกษียณไปตลอดชีวิต ผมว่ามันคุ้มค่ามากๆเลย ไม่ต้องทำงานไปตลอดชีวิตถึงแม้ธุรกิจเครือข่ายจะมีข้อดีหลายอย่างแต่มันก็เหมือนดาบ 2 คม ที่ทำให้ผู้คนล้มเหลวกันมานักต่อนักแล้วเราจึงควรพิจารณาเลือกบริษัทให้ดีโดยสามารถอ่านบทความที่ผมเขียนในบทความก่อนๆเพื่อเป็นแนวทางในการทำเลือกบริษัทที่เราจะร่วมธุรกิจได้ครับขอบคุณครับ...

บทที่ 2 บทเรียนบทนี้จะกล่าวถึงผู้มุ่งหวังว่าเราควรจะสปอนเซอร์ลูกค้ายังไงไม่ให้ถูกปฏิเสธและธรรมชาติของผู้มุ่งหวังที่เราควรไปสปอรเซอร์...


บทที่ 2
ผู้มุ่งหวังของคุณคือใคร?
และจะสปอนเซอร์อย่างไรให้ไม่ถูกปฏิเสธ?
ถ้าคุณสามารถทำให้การสปอนเซอร์ของคุณทุกครั้งนั้นปิดสมัครได้เสมอ
ผมคงไม่ต้องพูดถึงหัวข้อของเราในวันนี้
หรือไม่ต้องทำคอร์สนี้ขึ้นมาเลยด้วยซ้ำ
แต่ความจริงแล้วก็คือ
การสปอนเซอร์ของคุณโดยส่วนใหญ่ถูกผู้มุ่งหวังปฏิเสธ หรือ เบี้ยวนัดไปเลย
ถ้าคุณอยากทำให้การทำธุรกิจของคุณเจ็บปวดน้อยลง
ไม่ต้องถูกเบี้ยวนัดหรือถูกปฏิเสธซ้ำซาก
คุณก็ควรที่จะทำความเข้าใจในเรื่องนี้เสียก่อน...
ความจริงแล้วมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคุณพรีเซ็นต์ได้ ดีขนาดไหนหรอก
แต่คุณควรจะเข้าใจก่อนว่าผู้มุ่งหวังของคุณคือใคร
ก่อนที่คุณจะขายอะไรให้กับใคร
คุณเคยเห็นคนที่พยายามที่จะขายน้ำแข็ง ให้กับชาวเอสกิโมไหม?
ไม่เคย
คุณเคยเห็นคนที่พยายามที่จะขายเนื้อชั้นดี ให้กับคนที่กินเจไหม?
ไม่เคย
เพราะถ้าหากมีคนที่ทำอย่างนั้นจริงๆ
เขาคงจะต้องใช้ความพยายามอย่างมากมายในการปิดการขายนี้ให้ได้
ถ้าหากคุณต้องการทดสอบเรื่องนี้นั้น
ผมอยากให้คุณลองเอาเนื้อไปขายให้กับคนที่กินเจดู
ผมรู้ว่าคุณจะไม่ทำอย่างนั้น เพราะคุณรู้ว่าเขาไม่ใช่ตลาดเป้าหมายของคุณ และคุณไม่มีทางที่จะเปลืองพลังงานของคุณไปเพื่อทำอะไรแบบนั้น
และสิ่งเหล่านี้สามารถนำมาใช้ในการตลาดเครือข่ายของเราอย่างไรได้บ้าง
คำตอบนั้นถูกซ้อนอยู่ในประโยคนี้ครับ
"อย่าพยายามโน้มน้าวใครให้เชื่อ
ว่าเขากำลังต้องการในสิ่งที่คุณกำลังขายแต่ให้ขายในสิ่งที่เขากำลังต้องการมันอยู่แล้ว"Simon hodgkinson
วิธีการที่ดีที่สุดนั่นก็คือ การเลือกขายให้กับคนที่ต้องการมันอยู่แล้ว
หากคุณต้องการจะเปลืองพลังงานให้น้อยที่สุดในการทำธุรกิจJoin&Coinของคุณ
คุณก็ควรจะสปอนเซอร์เฉพาะคนที่ต้องการทำธุรกิจJoin&Coinอยู่แล้ว
แล้วคนที่ต้องโอกาสทางธุรกิจอยู่แล้วคือใคร ?
ถ้าคุณตอบว่า...
คือ คนข้างบ้าน
คือ ญาติมิตร เพื่อนสนิท เพื่อนที่เรียนตอนมัธยม
หรือคนทุกคนที่ห่างตัวเราไป 1 ฟุตล่ะก้อ
คุณเข้าใจความหมายของผมผิดไปแล้วแน่นอน
เพราะสิ่งที่คุณกำลังคิดอยู่นั้น
เป็นเหมือนกับการขายเนื้อให้กับคนที่กินเจ... ตลอดชีวิต
สิ่งที่ Old MLM School สอนพวกเรามาด้วยคำพูดที่ว่า
"คนทุกคน คือ ผู้มุ่งหวังของเรา"
"คนที่อยู่ห่าง 1 ฟุตคือผู้มุ่งหวังของเรา"
"อย่าไปคิดแทนเขา ทุกๆคนต้องการโอกาสนี้"
นั่นไม่ต่างจากการที่คุณนำเนื้อโกเบชั้นดีจากญี่ปุ่น
ไปขายให้กับคนที่กินเจแถวศาลเจ้า
โดยการบอกเขาว่าเนื้อนี้กินแล้วมีประโยชน์มาก
ร่างกายได้โปรตีนครบถ้วน ดีกว่าการกินถั่วเป็นไหนๆ
เหตุผลของคุณนั้นฟังดูดีครับ
แต่จะไม่มีคนที่กินเจแถวศาลเจ้าซื้อเนื้อโกเบชั้นดีจากคุณแน่นอน
ถ้าหากคุณต้องการที่จะขายเนื้อโกเบชั้นดีจานนี้ให้ได ้
ทำไมคุณไม่ลองไปที่ภัตตาคารอาหารญี่ปุ่นดูล่ะ
เพราะที่นั่นเต็มไปด้วยผู้คนรักที่จะกินอาหารญี่ปุ่น อยู่แล้ว
พวกเขามาที่นี่ก็เพราะว่าต้องการจะกินอาหารญี่ปุ่นชั้นดี
พวกเขาต้องการลิ้มรสเนื้อโกเบที่แสนนุ่มของคุณ
ที่คุณต้องทำก็เพียงแค่...
บอกว่าคุณมีเนื้อชั้นดีที่เตรียมไว้สำหรับพวกเขา
เขาก็ถือเงินอยู่ในมือเตรียมที่จะซื้อเนื้อจานนี้มาจากคุณแล้ว
แต่ในทางตรงข้าม...
คุณกลับไม่สามารถทำให้คนแถวศาลเจ้าสนใจเนื้อโกเบชั้นดีจานนี้ได้เลย
ไม่ว่าคุณจะพูดและนำเสนอมัน ได้น่าสนใจแค่ไหนก็ตาม
วิธีการที่จะทำให้คุณไม่ถูกใครปฏิเสธนั่นก็คือ
"อย่าพยายามโน้มน้าวใครให้เชื่อว่าเขากำลังต้องการใน สิ่งที่คุณกำลังขาย
แต่ให้ขายในสิ่งที่เขากำลังต้องการมันอยู่แล้ว"Simon hodgkinson
นี่คือ วิธีการที่ตรงที่สุดที่คุณจะดึงความสนใจจากผู้มุ่งหวังมาได้
และผมเองก็ไม่ใช่นักการตลาดเพียงคนเดียวที่เข้าใจในคอนเซ็ปท์นี้
ความจริงแล้วคุณสามารถพบเห็นวิธีการนี้ได้ทั่วไปในหลากหลายธุรกิจ
ยกเว้น ธุรกิจ MLM
เพื่อให้คุณได้เห็นภาพและเข้าใจในเรื่องนี้มากขึ้น
ผมจึงขอยกตัวอย่างของวิธีการนี้ซึ่งได้ถูกใช้ในธุรกิจจริงๆ
เรื่องราวนี้คือเรื่องที่เกิดขึ้นกับผมเอง
วันหนึ่ง เพื่อนของผมชวนผมไปเที่ยว RCA
ความจริงแล้วผมไม่ได้ต้องการที่จะไปเที่ยวมากนัก
แต่สิ่งที่ผมอยากเห็นก็คือ
วิธีการในการทำการตลาดจากต่างอุตสาหกรรมต่างหาก
ดังนั้นผมจึงได้รับปากเพื่อนของผมไปในเรื่องนี้
ขณะที่ผมเดินผ่านการตรวจบัตรจากการ์ด
เพื่อที่จะเข้าไปในผับแห่งหนึ่งในย่าน RCA นั้น
ทันทีที่ผมเดินต่อมาได้แค่ 2 ก้าว
ผมก็พบสาวสวยพนักงานของบริษัทขายเหล้ายี่ห้อหนึ่ง
ชวนให้ไปเล่นเกมและแจกเหล้าแบบใหม่ของบริษัท
ให้กับผู้ที่ร่วมเล่นเกมแบบฟรีๆ
บูทแห่งนี้สามารถทำให้คนทุกคนที่เดินผ่านมาหลังจากถูกตรวจบัตรแล้ว
ร่วมเล่นเกมด้วยได้ทั้งหมด
กติกาของการเล่นเกมนั้นก็ง่ายมากเพียงแค่กรอกชื่อ
และที่อยู่พร้อมเบอร์โทรศัพท์ติดต่อให้กับพนักงานสาว
จากนั้นในใบรายละเอียดที่คุณส่งมาจะซ้อนสัญลักษณ์บาง อย่างไว้
พนักงานจะใช้เหรียญบาทขูดออก
และบอกว่าคุณจะได้เหล้าขวดนี้ไปฟรีๆหรือไม่
ความคิดที่เกิดขึ้นกับผมในตอนนั้นก็คือ เขาฉลาดจริงๆ
คนที่กำลังเดินเข้าไป RCA เขาเดินเข้าไปทำอะไรกัน
"ไปกินเหล้า"
สิ่งที่พนักงานทำคืออะไร : เอาเหล้าไปให้คนที่กำลังจะกินเหล้าอยู่แล้ว
ซึ่งคนที่มาเที่ยวก็ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่าจะมากินเหล้า
พนักงานพวกนี้เพียงแค่ทำให้เขาได้ในสิ่งที่เขาต้องการ
ถึงพนักงานสาวไม่เอาเหล้าไปให้เขากิน
เขาก็ต้องซื้อกินเองอยู่ดี
ซึ่งแน่นอนว่าเขาจะไม่ได้รับคำปฏิเสธจากการให้เหล้าไปฟรีๆแบบนี้แน่นอน
ในขณะที่ผมเห็นเพื่อนของผมกำลังร่วมเล่นเกมกันอยู่นั้น
ผมยังคิดต่อไปในเรื่องประเด็นการเก็บลิสต์รายชื่อ
พนักงานได้เก็บลิสต์รายชื่อของใครไว้กัน:คนที่กินเหล้า , คนเที่ยวกลางคืนนั่นเอง เก็บมาจากคนที่กำลังจะเดินเข้าไปใน RCA เลย คงไม่ผิดตัวแน่ๆ
เขาฉลาดขนาดนี้
บริษัทขายอะไรกัน เหล้าไง ผมให้คำตอบนี้กับตัวเอง
ในขณะที่ผมมองเห็นเพื่อนกำลังหัวเราะสนุก เพราะว่าได้เหล้ามาฟรีๆอยู่นั้น สมองของผมเองยังคิดไอเดียของบริษัทแห่งนี้ขึ้นมาได้อีกว่า
บริษัทยังสามารถทำกำไรกับลิสต์รายชื่อที่ได้มาเหล่าน ี้อีกชั้นหนึ่ง
โดยการให้ร้านเหล้าที่กำลังจะเปิดใหม่มาลงโฆษณา
ผ่านทางบริษัทแห่งนี้ซึ่งเก็บรายชื่อนักท่องราตรีไว้ ทั้งหมดแล้ว
จากนั้นก็เก็บค่าโฆษณาด้วยราคาหลักหมื่นถึงแสนจากร้านเหล้าพวกนี้ได้
คุณเห็นไหมว่าวิธีการที่บริษัทเหล่านี้ทำ
ไม่ได้ต่างจากที่เราถูกสอนมาจากเครือข่ายมากนัก
การออกไปชวนคน ลิสต์รายชื่อ
แต่สิ่งที่ต่างกันคือ เขาเข้าใจว่าใครคือผู้มุ่งหวังที่แท้จริง
ใครคือคนที่ควรออกไปชวน และไม่ขายเนื้อให้กับคนที่กินมังสวิรัติ
อีกทั้งเก็บรายชื่อไว้เพื่อรอการติดตามได้อีก
เพื่อที่ผู้มุ่งหวังเหล่านี้จะกลับมาเป็นลูกค้าในที่ สุด
เป็นไงครับ
นี่คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นอยู่ทุกวัน ในธุรกิจจริง
แต่มันไม่เคยที่จะถูกสอนเลยในธุรกิจเครือข่าย
คุณเห็นไหมว่ามันเป็นวิธีที่ฉลาดกว่า...
ที่คุณถูกสอนมาจาก Old MLM School มากแค่ไหน
ตอนนี้คุณเข้าใจรึยังครับว่าผู้มุ่งหวังที่แท้จริงของคุณคือใคร
และทำอย่างไรไม่ให้ถูกปฏิเสธ
การที่คุณไปชวนคุณปู่ข้างบ้าน...
หรือว่าคุณเพื่อนนักฟุตบอลทีมหมู่บ้าน หรืออะไรประมาณนั้น...
คือการที่คุณละเลยกฏเกณฑ์ข้อนี้ซึ่งเป็นสิ่งที่มืออาชีพเขาไม่ทำกัน
ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยหากผลที่ได้รับนั้นจะไม่ดีอย่างที่คุณต้องการ
สำหรับวิธีการทำให้คนเหล่านี้โทรมาหานั้นง่ายมากครับ
แค่ส่ง E-mail ไปบอกว่ามีร้านเหล้าเปิดใหม่ มีคูปองเปิดเหล้าฟรี
สามารถโทรมาขอได้ด่วน มีจำนวนจำกัด
รับรองครับว่าโทรมานับ 100 สาย ภายใน 1 วัน
เห็นไหมครับว่าไม่ใช่เรื่องยาก และคุณก็เห็นวิธีการนี้อยู่ทั่วไป...
แค่มันไม่เคยถูกสอน โดยธุรกิจเครือข่ายJoin&Coinที่คุณทำอยู่เลย
ผมพูดถูกมั้ยครับ...
ดังนั้นถ้าคุณต้องการร่ำรวยจากธุรกิจเครือข่ายJoin&Coinจริงๆ
คุณต้องเรียนรู้เคล็ดลับนี้ในบทต่อไปครับ...

บทที่ 1 นี้ว่าด้วยเรื่องของการเข้าใจธรรมชาติมนุษย์เราต้องรู้ก่อนว่ามนุษย์นั้นต้องการอะไรเราจะได้ช่วนเขามาทำธุรกิจอาชีพเสริมกับเราได้อย่างตรงจุด...


บทที่ 1
ทุกคนคงเจอคนรอบข้างชวนทำธุรกิจเครือข่ายใช่ไหมครับ และก็คงเบื่อมากที่โดนตื้อ โดนโทรจิก ผมคน 1 ครับที่เป็นเหมือนพวกคุณ แต่ผมเองก็ยังแสวงหารายได้ที่หยุดทำแล้วรายได้ไม่หยุดหรือ passive income แล้วก็ไม่มีธุรกิจอะไรที่จะทำได้นอกจากธุรกิจเครือข่ายเพราะผมเองก็กำลังเรียนหนังสือมีรายได้ทางเดียวคือรายได้ที่พ่อแม่ให้ซึ่งเวลาผมต้องการอะไรที่ผมอยากได้แล้วพ่อแม่ไม่มีให้ก็ต้องดิ้นรนหาเอาเองรายได้แบบนี้เรียกว่า Active income และเสี่ยงมีรายได้แค่ทางเดียว ผมเลยต้องมองหาธุรกิจเสริมผมอยากให้ทุกท่านลองอ่านบทเรียนนี้ดู
ก่อนทำอะไร ต้องเข้าใจธรรมชาติของมันซะก่อน!
ก่อนที่จะลงมือทำอะไรสักอย่าง คุณต้องเข้าใจก่อนนะครับว่า
ธรรมชาติของมันคืออะไร คุณจะได้ไม่ไปทำอะไรที่เป็นการฝืนธรรมชาติ...
ธุรกิจเครือข่ายก็คือธุรกิจ แล้วธรรมชาติของธุรกิจคืออะไร ?
ถ้าคุณต้องการเข้าใจธรรมชาติของ ธุรกิจ
คุณต้องตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้ซะก่อน
ถ้าคุณต้องการประสบความสำเร็จ จากการทำธุรกิจ
ลูกค้าส่วนใหญ่ของคุณคือใคร?
1. คนที่คุณรู้จัก
2. คนที่คุณไม่รู้จัก
ถ้าคำตอบของคุณคือ
ใช่สิฉันต้องทำงานกับคนรู้จักของฉัน แล้วฉันก็จะรวยขึ้น
ผมอยากบอกว่า... คุณคิดผิดแล้วครับ
ถ้าคุณคิดจะทำธุรกิจกับ คนที่คุณรู้จัก เพียงอย่างเดียว
คุณจะไม่มีทางร่ำรวยได้อย่างที่คุณคิดแน่นอน
เพราะคนที่คุณรู้จักของคุณ
ไม่ได้มีมากมายเพียงพอ ที่จะทำให้ธุรกิจของคุณเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ได้
แต่คนที่คุณไม่รู้จักต่างหาก
ที่เป็นตลาดขนาดใหญ่ของคุณ...
คุณเคยไปห้างโลตัสใช่มั้ย คุณซื้อสินค้าในโลตัสอยู่บ่อยๆ
ใช่หรือไม่?
คำถามคือ คุณรู้จักกับเจ้าของห้างโลตัสหรอ...
คุณไม่รู้จัก
แล้วทำไมคุณถึงกลายเป็นลูกค้าประจำ ของห้างโลตัสหล่ะ
จากตัวอย่างนี้คุณจะเห็นว่า คุณเข้าไปในห้างโลตัสเพราะคุณต้องการ Shopping ไปกินข้าว หรือ ทำอะไรสักอย่าง ...
โดยที่คุณเองไม่เคยสนใจเลยว่า คุณต้องรู้จักกับเจ้าของห้างหรือไม่?
คุณจะเห็นว่าธุรกิจทั่วไปเติบโตได้ ร่ำรวยได้
โดยไม่จำเป็นต้องทำกับคนที่รู้จักเลย
เพราะความจริงข้อหนึ่งก็คือ
ในโลกใบนี้มีคนที่เรารู้จักน้อยกว่าคนที่เราไม่รู้จักอยู่หลายล้านเท่า
ดังนั้น...
ธุรกิจของคุณจะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก ถ้าคุณเลือกที่จะทำกับคนรู้จักเท่านั้น
ธุรกิจของคุณจะเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ ถ้าคุณทำกับคนที่ไม่รู้จัก
และธุรกิจของคุณจะเป็นธุรกิจขนาดใหญ่กว่า...
ถ้าคุณทำธุรกิจ กับทั้งคนที่รู้จักและคนที่ไม่รู้จัก
คำถามต่อไปคือ...
คุณจะเลือกทำกับธุรกิจนี้กับคนที่สนใจหรือไม่สนใจ?
สมมติว่าวันนี้ คุณเป็นเจ้าของฟาร์มเนื้อหมูชั้นดีที่สุดในโลก
และคุณเป็นคนขายหมูที่สามารถพรีเซ็นต์ได้อย่างยอดเยี่ยม
แต่ผมตั้งโจทย์ให้คุณว่า คุณจงเอาเนื้อหมูของคุณไปขายให้กับชาวมุสลิม
คำถามก็คือ คุณคิดว่าจะขายเนื้อหมูได้หรือไม่...
ผมมั่นใจว่า คุณจะไม่มีทางขายได้
ไม่ว่าคุณจะพยายามมากมายแค่ไหนก็ตาม
เพราะอะไรหน่ะเหรอ?
ก็เพราะเขาไม่ต้องการมันไง
มันก็เหมือนกับการทำธุรกิจเครือข่ายนั่นแหละ
Join&Coinเป็นธุรกิจที่ยอดเยี่ยม ทั้งเรื่องของบริษัท ผลิตภัณฑ์ และแผนรายได้ แต่...มันจะไม่มีความหมายเลย
ถ้าคุณมัวไปอธิบาย...ให้กับคนที่ไม่ต้องการมัน
อัพไลน์หัวโบราณทั้งหลายคงเคยสอนคุณว่า...
คนทั้งหมดที่ห่างตัวคุณไป 1 ฟุตคือผู้มุ่งหวังของคุณ
ลิสต์รายชื่อสิ ชวน พ่อ แม่ พี่น้องคนรู้จักและเพื่อนสนิท มาทำJoin&Coinเลย
เพราะทุกคนต้องการโอกาสนี้
ถ้าคุณทำธุรกิจJoin&Coinแบบนี้จริงๆ
ก็ไม่ต่างอะไรกับการเอาเนื้อหมูไปขายให้กับชาวมุสลิม
หมดยุคแล้วครับกับการทำธุรกิจเครือข่ายแบบตีหัวเข้าบ้าน
ตามตื้อจนเพื่อนเลิกคบ
หรือธุรกิจเครือข่ายแบบหมู่ญาติ
ปัจจุบัน ธุรกิจเครือข่ายพัฒนาไปไกลจนกลายเป็น
อุตสาหกรรมเครือข่ายไปแล้วครับ
ดังนั้นถ้าคุณต้องการร่ำรวยจากธุรกิจเครือข่ายจริงๆ
คุณต้องเรียนรู้เคล็ดลับ ต่อไปนี้ครับ...
ติดตามเคล็ดลับความสำเร็จในบทต่อไป….